เอี้ยวฮั้ว ตำนานสุกี้โบราณสามย่าน กับร้านโฉมใหม่ใน Central Embassy | 2Baht.com

เอี้ยวฮั้ว ตำนานสุกี้โบราณสามย่าน กับร้านโฉมใหม่ใน Central Embassy

“สุกี้เอี้ยวฮั้ว” เป็นร้านสุกี้ยากี้เจ้าแรกของไทย ขายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 ถ้านับมาถึงปัจจุบันก็เปิดมาได้ 60 ปีพอดี แต่เดิมตั้งอยู่ละแวกสามย่าน ซึ่งหนุ่มสาวรั้วจามจุรีอาจจะรู้จักกันดี แต่ปัจจุบันตึกดังกล่าวถูกทุบทิ้งไปแล้วเพราะที่ดินถูกเวนคืน ลูกค้าดั้งเดิมอาจสงสัยว่าเอี้ยวฮั้วย้ายไปอยู่ที่ไหน มีร้านใหม่หรือเปล่า

คำตอบคือตอนนี้ เอี้ยวฮั้วย้ายไปตั้งร้านสาขาใหม่ ที่ฟู้ดคอร์ท Eathai ชั้น LG ห้าง Central Embassy ใกล้สถานี BTS เพลินจิต (ติดกับ Central ชิดลม) ซึ่งทีมงาน 2Baht ตามไปสืบเสาะว่าสุกี้เอี้ยวฮั้วในปัจจุบันอยู่ตรงไหน และปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นอย่างไรกันค่ะ

20150211_195219

ศูนย์อาหาร Eathai (อ่านว่า “อีทไทย”) เป็นฟู้ดคอร์ทของห้างหรู Central Embassy วิธีการมาไม่ยากเลย เดินเข้า Central Embassy มาจะอยู่ชั้น LG หรือชั้นใต้ดิน (ลงจากชั้นระดับปกติไป 1 ชั้น) หาง่ายเพราะชั้น LG ไม่มีอย่างอื่นเลยยกเว้น Eathai

ที่ศูนย์อาหาร Eathai จะใช้ระบบเดียวกันกับ Food Loft ในเครือ Central ซึ่งเป็นแบบทานก่อนจ่ายทีหลัง นั่นก็คือ

  • ตรงทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยแจกบัตรหน้าตาแบบรูปข้างล่าง ให้เราเอาไว้บันทึกรายการอาหารที่สั่ง
  • สิ่งที่ต่างกับ Food Court ทั่วไปตรงที่เวลาเราสั่งแล้วก็ยื่น Slip ให้พนักงานรออาหารแล้วมาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะ ตรงนี้ไม่ต้องเกรงใจพนักงานใดๆ เพราะทาง Eathai จะคิด Service Charge เรา 5% นอกเหนือจากราคาตามป้ายหน้าร้าน
  • พอทานเสร็จก็เอาบัตรนี้มายื่นให้แคชเชียร์ตรงทางออกเพื่อสรุปยอดทีเดียว ซึ่งก็จะสามารถใช้ส่วนลดบัตรเครือ Central ได้ นั่นก็คือ Central Card และ The 1 Card ตามแต่โปรโมชั่นในช่วงนั้นๆ
  • บัตรนี้จะแจกให้ลูกค้าทุกคน 1 บัตร 1 คนนะคะ ต่อให้ไม่ทานก็ไม่เป็นไร ตอนออกก็คืนบัตรอย่างเดียว ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (แต่ถ้าขาออกไม่มีบัตร ก็ไม่มีสิทธิออกจ้า)

20150211_185427

จากร้านสุกี้แบบนั่งสังสรรค์เป็นร้านในฟู้ดคอร์ท

ข้อจำกัดของการขายใน Food Court ที่เป็นที่นั่งรวม ไม่มีแยกที่นั่งของแต่ละร้าน ทำให้สุกี้เอี้ยวฮั้วเวอร์ชัน Embassy ต้องปรับเมนูจากเดิมที่เป็นการสั่งถาดผัก-เนื้อ มานั่งต้มกันเองเหมือนสุกี้แบบ MK ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี กลายเป็นการสั่งสุกี้แบบชาม/จานเดี่ยวแทน

ตรงนี้ถือว่า เอี้ยวฮั้วแก้เกมได้ดี เพราะถึงแม้ไม่สามารถจัดเต็มเมนูได้แบบเดิม แต่ความอร่อยก็ไม่ได้ตกลงสักเท่าไร แถมยังมีเมนูแนะนำ “สุกี้หม้อหินร้อนๆ” ที่พร้อมเสิร์ฟแบบเดือดปุดๆ กันถึงโต๊ะ

20150211_185339

2Baht ได้สั่งสุกี้หม้อร้อนเนื้อวัวหมักพิเศษ (ราคา 250 บาท) มาลองทานดู ทางร้านได้เตรียมน้ำจิ้มไว้ให้ 2 แบบ

  • น้ำจิ้มงา แบบด้านซ้าย คล้ายๆ MK
  • น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ผสมพริกตำ สูตรของทางร้าน (ถ้วยขวามือในภาพ) เห็นสีจืดๆ แต่มีรสมีชาติ เผ็ดอมเปรี้ยว เหมาะแก่การจิ้มเนื้อเพื่อเพิ่มรสชาติเป็นอย่างมาก

20150211_185327

หากมาทานกันหลายคน พนักงานจะหาถ้วยแบ่งเล็กๆ มาให้ (สังเกตที่ช้อน ไอร้อนยังพุ่งอยู่เลย) ด้วยขนาดของหม้อหินแล้วแบ่งทานได้ 2 คนกำลังดี

20150211_185705

จุดเด่นของเมนูนี้อยู่ที่เนื้อวัวสูตรเฉพาะของเอี้ยวฮั้ว ถือว่าหมักได้นุ่มมากๆ กัดเข้าปากชิ้นแรกแล้วนุ่มจนน่าตกใจ ส่วนน้ำซุปของเค้าทำได้รสชาติกลมกล่อมจริงๆ

ลองดูภาพซูมแบบใกล้ๆ เนื้อชิ้นใหญ่มาก น่ากิน > < (ใครที่ไม่ทานเนื้อก็ยังมี หมูหมัก ไก่หมัก หรือรวมมิตรทะเลให้ชิมกันนะ)

20150211_190009

สุกี้น้ำผ่านบททดสอบไปได้สวยๆ เราเลยขอลองสุกี้รวมมิตรทะเลผัดแห้ง (จานละ 150 บาท) มาลองกันบ้าง ผัดกันเดี๋ยวนั้น ยกมาเสิร์ฟจานใหญ่ทีเดียวเลย

20150211_190920

ขอลองแยกส่วนผสมให้ดูคร่าวๆ ถือว่าให้มาสมกับราคา มีเครื่องครบถ้วนทั้งปลา กุ้ง ปลาหมึก และแมงกระพรุน รสชาติถือว่าอร่อยกลางๆ คือผัดมาแห้งดี แต่รสชาติอาจจะจืดไปนิดนึง คงเป็นเพราะไม่ได้คลุกซอสสุกี้ระหว่างผัด (เน้นให้ลูกค้าปรุงเองมากกว่า) เมื่อวัดกันหมัดต่อหมัด จานต่อจานแล้ว ถือว่ายังตกเป็นรอง “สุกี้น้ำ” ที่มีซุปอร่อยๆ ช่วยชูโรงความอร่อยในภาพรวม

20150211_191208

จานสุดท้ายก็ยังวนเวียนอยู่ที่เนื้อ นั่นก็คือ ข้าวราดเนื้อวัวผัดน้ำมันหอย (จานละ 130 บาท) เนื้อชิ้นใหญ่ๆ นุ่มๆ ผัดใส่พริกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม แต่ไม่ได้รู้สึกเผ็ดอะไร สรุปว่าอร่อยมีรสมีชาติ แนะนำสำหรับการทานเป็นอาหารจานเดียว ใครแวะเวียนมาทานข้าวเที่ยงที่ Eathai แล้วอยากกินข้าวอร่อยๆ ในราคาพรีเมียมที่พอรับได้ ก็มีจานนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

20150211_190705

โดยสรุปแล้วในแง่รสชาติของเอี้ยวฮั้วสาขา Embassy ต้องบอกว่า “มีดีที่เนื้อ” ใครเป็นสาวกเนื้อวัวไม่ควรพลาด ของเขาดีจริงๆ

สำหรับคนที่คิดถึง “เอี้ยวฮั้ว” แบบดั้งเดิมที่กินเป็นหม้อ คีบเนื้อมาจุ่มกันเอง ทางเราสอบถามแม่ครัวอาวุโสของทางร้านแล้วได้ความว่า มีแผนอยากจะเปิดร้านแบบเดิมอีกครั้ง แต่ยังหาสถานที่ไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้ก็มีแค่สาขาเดียวคือ Central Embassy ไปก่อน (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2558)

โปรโมชั่นส่วนลดศูนย์อาหาร Eathai

การจ่ายเงินค่าอาหารต้องจ่ายผ่านบัตรของ Eatthai ซึ่งก็มีโปรโมชั่นส่วนลดแตกต่างกันไป โปรโมชั่นของปี 2558 มีดังนี้ ใครเข้าข่ายก็ใช้เป็นส่วนลดได้ มีแล้วดีกว่าไม่มี

  • บัตรเครดิต Central Card ลด 5% ถึง 31 ธ.ค. 58
  • บัตร The 1 Card แลกแต้ม 50 คะแนนเพื่อรับส่วนลด 10% ถึง 30 มิ.ย. 58

20150211_195113

แผนที่และการเดินทาง

สำหรับใครที่อยากมาลิ้มลองสุกี้โบราณ เอี้ยวฮั้ว หรือ ร้านอาหารอื่นๆ ในศูนย์อาหาร Eathai ชั้น LG (ชั้นใต้ดิน) ของศูนย์การค้า Central Embassy แล้วละก็แนะนำให้มาด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเพลินจิตหรือชิดลมก็ได้ทั้งคู่ตามแผนที่ เน้นเดินสะดวกลงเพลินจิต แต่เน้นช้อปปิ้งก็มาทางชิดลม

ce-map-en

ส่วนด้านล่างเป็นแผนที่ร้านอาหารใน Eathai แนะนำว่าจากชั้น 1 ให้ลงบันไดเลื่อนเวิ้งตรงกลางแถวร้าน Hermes แล้วลงมายังชั้น LG จะเห็นทางเข้า Eathai ตั้งอยู่ตรงหน้าบันไดเลื่อนเลย จากนั้นรับบัตรที่ศูนย์อาหาร

map

จากทางเข้า Eathai ให้เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ จนเห็นแผนที่ประเทศไทยและ รถตุ๊กๆ จากจุดนี้มองไปทางขวา

20150211_190312

จะเห็นร้านสุกี้โบราณ เอี้ยว-ฮั้ว ตั้งอยู่ก่อนครัวภาคใต้พอดีจ้า

20150211_185100

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • เว็บไซต์ ศูนย์อาหาร Eathai : www.centralembassy.com/eathai
  • เปิดทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
  • พิกัด GPS : 13.7433866,100.5460675
  • ที่จอดรถ : Central Embassy จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก
ติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Facebook เพจ 2Baht.com หรือ กด Like ด้านล่างค่ะ

Comments

ทำงานสายไอที แต่ชอบท่องเที่ยวเป็นทุนเดิม จึงขอมาเล่าแบ่งปันประสบการณ์ลงบล็อกแห่งนี้ ส่วนตัวชอบที่เที่ยวธรรมชาติ ชมสถาปัตยกรรม ดูวิถีชีวิตผู้คน และเสาะหาเมนูท้องถิ่นอร่อยๆ หากชอบเที่ยวแนวเดียวกัน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ :)