2Baht.com https://2baht.com บล็อกท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ 2Baht.com Sat, 08 Dec 2018 06:06:45 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.0 80558871 วิธีนั่งรถ Airport Limousine Bus จากสนามบินฮาเนดะเข้าเมืองโตเกียว https://2baht.com/haneda-limousine-bus/ Sat, 08 Dec 2018 06:05:26 +0000 https://2baht.com/?p=25618 ]]> มาญี่ปุ่นรอบล่าสุด มีโอกาสได้ลองนั่งรถบัส Airport Limousine Bus จากสนามบินฮาเนดะเข้าไปยังใจกลางนครโตเกียว และพบว่าถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะรถบัสวิ่งไปส่งถึงหน้าโรงแรมบางแห่งด้วย หากเราพักอยู่ที่โรงแรมในลิสต์ (หรือโรงแรมใกล้เคียง) ก็ถือว่าสะดวกกว่าเดินทางด้วยรถไฟมาก เพราะไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นลงสถานี ลากกระเป๋าจากสถานีไปยังโรงแรมอีกต่อหนึ่ง

เส้นทางที่รถบัสวิ่งก็หลากหลายมาก ครอบคลุมจุดสำคัญๆ ของโตเกียว เช่น ชิบูยะ ชินจูกุ รปปงงิ อิเคบุคุโระ กินซ่า อาซาคุสะ ฯลฯ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างจิบะ กุนมะ ไซตามะ คานางาวะ (คือเป็นวิธีที่คนญี่ปุ่นเองเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองไปทำงาน จึงครอบคลุมสถานที่สำคัญเกือบหมด) รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Tokyo Disney Resort

รายชื่อเส้นทางวิ่งทั้งหมดดูได้จากเว็บไซต์ Airport Limousine (มีทั้งสนามบินนาริตะและฮาเนดะ) ส่วนรถบัสปกติ (ที่ไม่ใช่ลิมูซีน) ยิ่งมีเส้นทางเยอะกว่านั้นอีก รายละเอียดดูได้จาก เว็บไซต์สนามบินฮาเนดะ แต่ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะ Limousine Bus เท่านั้น

ตารางแสดงเส้นทางเดินรถของ Airport Limousine Bus (สีส้ม) ที่สนามบินฮาเนดะ

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินฮาเนดะ (คนไทยย่อมไปลงที่ International Terminal) ออกมาจากจุดรับกระเป๋าแล้ว ก็จะเจอจุดขายตั๋วรถบัสเลย

เราสามารถซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติได้เอง (ตามสไตล์ญี่ปุ่น) ใช้ง่าย มีภาษาอังกฤษพร้อมสรรพ อย่างกรณีนี้ ผู้เขียนจะเดินทางจากฮาเนดะไปยังชินจูกุ ซึ่งก็มีจุดจอดหลายจุด ทั้งสถานีรถไฟใต้ดินชินจูกุ (Shinjuku Station West Exit) และโรงแรมใหญ่ๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้น

จุดจอดต่างๆ ของรถบัสที่ไปยังชินจูกุ

โชคดีว่าโรงแรมที่เราไปพักคือ Keio Plaza Hotel ซึ่งเป็นจุดจอดรถบัสพอดี เรียกได้ว่าจอดกันหน้าโรงแรมสบายๆ ไม่ต้องเข็นกระเป๋าไปเอง เราจึงเลือกไปเส้นทางนี้เลย ค่าตั๋วอยู่ที่ 1,230 เยน

ตารางเวลาดูได้จากเว็บไซต์ Airport Limousine (โดยเฉลี่ยแล้วมีรถออกทุก 1 ชั่วโมงในช่วงเช้า-เย็น และทุก 30 นาทีในช่วงบ่าย)

ป้ายแสดงราคาค่าตั๋วของรถบัส ไปยังสถานที่สำคัญๆ ในโตเกียว

หน้าตาของตั๋วรถบัส Airport Limousine (อันนี้เป็นตั๋วขากลับมายังสนามบิน)

ซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รอเวลานัดหมาย (บริเวณ Arrival Hall ของ Haneda International Terminal มีร้านกาแฟและเก้าอี้ให้นั่งรอนิดหน่อย) เราก็เดินลงลิฟต์หรือบันไดเลื่อนตรงใกล้ ๆ กับจุดขายตั๋ว ไปที่ชั้น 1 ของอาคารซึ่งเป็นจุดจอดรถบัส และไปยืนรอตามป้ายที่ระบุในตั๋ว (ของชินจูกุคือ Bus Stop 3)

ภาพจากเว็บไซต์สนามบินฮาเนดะ

ที่เหลือก็ไม่มีอะไรยาก เพราะรถบัสญี่ปุ่นมาตรงเวลาเป๊ะๆ รถมาจอดที่ป้ายแล้วเราก็เอากระเป๋าไปวางเรียง เจ้าหน้าที่จะมาขนกระเป๋าขึ้นรถให้ พร้อมกับออกบัตรรับกระเป๋าให้เรา (สำคัญมากห้ามทำหาย) แล้วเดินขึ้นรถบัสได้เลย

บนรถบัสก็กว้างขวางสะดวกสบาย ไม่ฟิกซ์ที่นั่ง แต่ว่าปกติแล้วรถแต่ละเที่ยวมักจะเต็ม เพราะจะวนจาก International Terminal ไปรับผู้โดยสารที่ Domestic Terminal 1-2 ด้วย ดังนั้น ควรนั่งกันอย่างมีมารยาท ไม่วางของเกะกะที่นั่งข้างๆ เผื่อว่าจะมีผู้โดยสารท่านอื่นขึ้นมาด้วยนะครับ

บรรยากาศภายในรถบัส

เก้าอี้นั่งของรถ Airport Limousine Bus ถือว่ากว้างขวางสะดวกสบายมาก แต่ไม่มีปลั๊กให้ (มีในเวอร์ชันพรีเมียมที่ราคาแพงกว่าปกติ) 
ในรถมี Wi-Fi ฟรีให้บริการด้วย เผื่อคนที่ไม่ได้ซื้อซิมหรือเปิดโรมมิ่งมา

การเดินทางทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (วิ่งจริงๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ต้องไปวนรับผู้โดยสารจากเทอร์มินัลอื่นด้วย ก็ชั่วโมงนึงพอดี) รถจะมาจอดที่หน้าโรงแรมเลย เข็นกระเป๋านิดเดียวเดินไปเช็คอินได้เลย สบายกว่าเดินทางด้วยรถไฟเป็นไหนๆ

สำหรับการเดินทางขากลับไปยังสนามบินฮาเนดะ เราสามารถซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้เลย (กรณีของโรงแรม Keio Plaza คือจุดเดียวกับที่ฝากกระเป๋า) ข้อควรระวังคือรถบัสมีเต็มกันง่ายๆ ควรซื้อตั๋วล่วงหน้ากันสักหน่อยครับ (เช่น เดินทางตอนเย็น ซื้อตอนเช้า) ถ้าใจเย็นอาจจะพลาดรถเพราะเต็ม ตกเครื่องกันง่ายๆ

ตอนขึ้นรถขากลับสามารถขึ้นที่หน้าโรงแรมได้เลย โดยพนักงานของโรงแรมจะมาอำนวยความสะดวกให้เราในการเรียงกระเป๋าและตรวจตั๋วด้วย (ราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ของรถบัสซะเองด้วยซ้ำ!)

ขากลับรถจะวนไปรับผู้โดยสารที่สถานีชินจูกุก่อน แล้วเดินทางไปส่งที่ International Terminal ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ

ป้ายตารางรถที่โรงแรม Keio Plaza Shinjuku

สรุปแล้วการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองด้วยรถบัส จะเหมาะมากหากเราพักอยู่ใกล้กับจุดจอดของรถบัส เพราะสบายมากไม่ต้องยกกระเป๋าหรือลากกระเป๋าให้เมื่อย ดังนั้นลองตรวจสอบก่อนว่าอยู่ในเส้นทางรถบัสหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเมื่อเทียบกับรถไฟครับ

]]>
25618
คอการเมืองห้ามพลาด ทัวร์อาคารรัฐสภา Diet ญี่ปุ่น เข้าฟรีแถมมีไกด์ด้วย https://2baht.com/japan-national-diet-building-tour/ Fri, 30 Nov 2018 15:07:09 +0000 https://2baht.com/?p=25600 ]]>

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนชอบแนวการเมือง รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ แถมยังเข้าฟรีด้วย! นั่นคือรัฐสภาญี่ปุ่น หรือที่มีชื่อเรียกว่า National Diet Building นั่นเอง

หากใครเคยติดตามการ์ตูนหรือซีรีส์ญี่ปุ่นบางเรื่อง คงคุ้นตากับอาคารยอดแหลมหลังนี้กันมาบ้าง เช่น ในการ์ตูนเรื่อง 20th Century Boys หรือซีรีส์ Change นายกฯ (มือใหม่) หัวใจประชาชน เพราะอาคารแห่งนี้คือที่ประชุมสภาของประเทศญี่ปุ่น คนที่อยากดูว่าชีวิตนักการเมืองญี่ปุ่นเป็นอย่างไร จึงสามารถเข้ามาชมกันได้ เพราะสภาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี แถมมีไกด์พาชมด้วย

ต้องอธิบายก่อนว่า อาคารรัฐสภาแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 2 ปีก คือ ปีกของสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives หรือสภาล่าง) ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือในภาพ และปีกของวุฒิสภา (House of Councillors หรือสภาบน) ซึ่งอยู่ฝั่งขวามือในภาพ โดยทั้งสองสภาเปิดให้คนนอกเข้าชม ด้วยเงื่อนไขที่ต่างกัน

  • House of Representatives เปิดให้เข้าชมฟรี มีทัวร์ภาษาอังกฤษวันละ 1 รอบ และต้องนัดหมายล่วงหน้าทางอีเมล – รายละเอียด
  • House of Councillors เปิดให้เข้าชมฟรี โดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า ทัวร์เริ่มทุกต้นชั่วโมง – รายละเอียด

เนื่องจากทัวร์วุฒิสภามีเงื่อนไขน้อยกว่ามาก ไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้าให้ยุ่งยาก เราจึงเลือกไปทัวร์วุฒิสภากันครับ

การเดินทางไปยังอาคาร National Diet Building

อาคารรัฐสภาญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่าน Chiyoda กลางกรุงโตเกียวเลย อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังอิมพีเรียล และสถานีโตเกียว (Tokyo Station) โดยย่านตรงนั้นเป็นสถานที่ราชการของประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด ได้แก่ รัฐสภา ที่พักและสำนักงานของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภา รวมถึงกระทรวงสำคัญต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการศึกษา ฯลฯ

การเดินทางสามารถไปได้ด้วยรถไฟใต้ดิน มีให้เลือก 2 สถานี คือ

  • สถานี Kokkai-gijidomae สายสีเขียว Chiyoda Line และสายสีแดง Marunouchi Line (ทางออกหมายเลข 1, 2) ถือเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด เพราะโผล่ขึ้นมาข้างรั้วของรัฐสภาเลย
  • สถานี Nagatacho สายสีม่วง Hanzomon Line, สายสีเขียว Namboku Line, สายสีทอง Yurakucho Line

ในที่นี้เราเลือกมาลงที่ Kokkai-gijidomae เพราะเดินทางมาจากชินจูกุด้วย Marunouchi

พอลงสถานีแล้วก็ไม่มีอะไรยาก เพราะมีป้ายบอกทางตลอดว่า National Diet Building ออกไปทางไหน (ทางออก 1 และ 2 จะใกล้ที่สุด) แถมสถานีนี้ยังมีห้องน้ำให้บริการด้วย

เมื่อโผล่ขึ้นมาบนดินแล้ว เราอาจจะงงๆ เล็กน้อยว่าเดินไปทางไหนดี เพราะขึ้นมาอยู่ข้างรั้ว (ด้านข้าง) ของรัฐสภา ทางเข้าของทัวร์ต้องเข้าประตูด้านหลัง หรืออาคารที่เรียกว่า Annex of the House Councillors ตรงเบอร์ 1-2 ในแผนที่

ทางเข้าจะมีหน้าตาแบบในภาพ มีป้ายเขียนว่า Tours ชัดเจนไม่มีหลง มาถึงแล้วก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลยว่ามาทัวร์ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยครับ

ตรงนี้มีเกร็ดเล็กน้อยว่า ทัวร์จะเริ่มทุกต้นชั่วโมง และเราต้องไปก่อนทัวร์เริ่มประมาณ 10 นาที ซึ่งผู้เขียนไปตอนต้นชั่วโมงพอดี ต้องรอทัวร์รอบหน้า ถ้าอยากหาอะไรฆ่าเวลา สามารถเดินไปแถวสถานี Nagatacho จะมีร้านกาแฟ Excelsior และร้านอาหารอื่นๆ ให้ด้วย เนื่องจากบริเวณรัฐสภามีแต่อาคารราชการจริงๆ ไม่มีจุดให้นั่งพักเลย

เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกฟอร์มเล็กน้อย (กรอกเป็นภาษาอังกฤษได้) ตรวจกระเป๋าเพื่อความปลอดภัย แล้วให้เราลงบันไดเลื่อนไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์ พร้อมกับให้เอกสารเป็นภาษาอังกฤษมาให้อ่าน

ที่ชั้นใต้ดินเป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์ เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าระหว่างการทัวร์เป็นเวลา 1 ชม. จะไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย ดังนั้นขอให้เข้าห้องน้ำกันก่อนที่ชั้นใต้ดินนี้ ในชั้นใต้ดินยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ให้ดูกันก่อนด้วย มีสิ่งของต่างๆ จากในสภามาให้ดูกัน

ตรงนี้เป็นห้องสุดท้ายที่สามารถถ่ายรูปได้แล้ว เพราะถัดจากนี้ไปไม่สามารถถ่ายรูปได้อีกเลย จนกระทั่งเดินออกจากอาคารรัฐสภาครับ

ทัวร์รอบนี้มีเพื่อนร่วมกรุ๊ปประมาณ 20 คน โดยผู้เขียนเป็นคนเดียวที่เป็นชาวต่างชาติ (ที่เหลือคือญี่ปุ่นล้วน o_O) แต่เจ้าหน้าที่พาทัวร์ก็พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย และพยายามเต็มที่ในการอธิบายให้เข้าใจ อย่างไรก็ตาม คงไม่ได้ข้อมูลจากการบรรยายเท่ากับคนญี่ปุ่นอยู่ดี ซึ่งเราสามารถอ่านเองได้จากในเอกสารภาษาอังกฤษที่แจกอยู่แล้ว

เนื่องจากข้างในไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย จึงขอเอาภาพจากในโบรชัวร์มาให้ดูกันแทน ว่าเขาพาเดินไปที่ไหนบ้าง

อาคารที่เราได้เดินชมคือปีกทางฝั่งขวาของภาพ ซึ่งเราจะเดินอยู่ชั้นบนเหมือนกับ ส.ว. หรือเลขานักการเมืองทั่วไป (ระหว่างที่เดินก็มีเจ้าหน้าที่เดินสวนกันไปมา ทำงานกันเป็นปกติ) เส้นทางเดินจะเริ่มจากห้องประชุมวุฒิสภา เดินผ่านทางเดินภายใน แวะชมห้องพักของจักรพรรดิเวลามาเปิดประชุม และพาเดินออกฝั่งด้านหน้าของสภา (แต่ไม่ได้ออกประตูหน้า ซึ่งเป็นประตูพิธีการที่ให้จักรพรรดิเสด็จเท่านั้น) มาชมสวนด้านหน้าของวุฒิสภา ซึ่งมีต้นไม้จากจังหวัดต่างๆ ของญี่ปุ่นทั้งหมด จนมาจบด้วยการถ่ายภาพวิวด้านหน้าของรัฐสภาครับ

ห้องที่เป็นไฮไลท์ย่อมเป็นห้องประชุมสภา ที่เราได้เข้าไปชมด้วยจริงๆ แต่เป็นการชมจากชั้นสองของสภา (ภาพขวาบน) ซึ่งปกติแล้ว วุฒิสภาก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่อยากเข้ามาฟังการประชุมสภา เข้ามานั่งฟังที่บริเวณชั้นสองได้อยู่แล้ว ห้องนี้จะมีเสียงภาษาอังกฤษบรรยายให้ด้วย

สถาปัตยกรรมในห้องประชมสภาต้องบอกว่าสวยงาม เป็นไม้แกะสลักที่ปราณีตมาก ทุกอย่างในห้องนี้เป็นวัตถุดิบจากในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด ยกเว้นกระจกด้านบนที่เป็นสเตนกลาส นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะญี่ปุ่นผลิตเองไม่ได้

อาคารรัฐสภาแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1920 และสร้างเสร็จในปี 1936 ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 17 ปี มีพื้นที่ใช้สอย 53,464 ตารางเมตร เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเพื่อแสดงถึงความทันสมัย (ในยุคนั้น)

อีกห้องที่ทัวร์พาไปชมคือ ห้องพักของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมาชิกในราชวงศ์ ซึ่งจะมาทำพิธีเปิดประชุมสภาเสมอ แต่ในห้องไม่สามารถเข้าไปดูได้ สามารถมองผ่านกระจกภายนอกห้องเข้าไปเท่านั้น ในห้องเป็นการตกแต่งด้วยพรม ผ้าม่านที่ดูหรูหรา แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะมีแค่โต๊ะกับเก้าอี้ที่ให้พระจักรพรรดินั่ง

ทัวร์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาเราเดินออกประตูฝั่งด้านหน้าของรัฐสภาพอดี (ตอนเข้าด้านหลัง ตอนออกด้านหน้า) เราสามารถเดินเลี้ยวขวาเพื่อกลับไปยังสถานี Kokkai-gijidomae ได้เลย และถ้าเดินเลยไปอีกสักนิดก็เป็นทำเนียบของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตามในภาพ

การทัวร์รัฐสภาญี่ปุ่น ถือเป็นความน่าสนใจที่เปิดให้คนทั่วไป (รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชม) โดยเอกสารที่แจกจะอธิบายกระบวนการประชาธิปไตยของญี่ปุ่นอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกตั้ง การตั้งนายกรัฐมนตรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฯลฯ ถือเป็นการเปิดให้คนเข้ามาสัมผัสระบอบประชาธิปไตยของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดมากๆ

คนที่สนใจด้านการเมือง รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ย่อมไม่ควรพลาด เพราะนอกจากฟรีแล้ว ยังเดินทางมาไม่ยากเลยครับ

]]>
25600
ตามรอยบันไดสีแดงจาก Your Name (Kimi no Na wa) https://2baht.com/your-name-staircase/ Sun, 25 Nov 2018 05:49:04 +0000 https://2baht.com/?p=25582 ]]> คนที่เคยดูภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง Your Name หรือ Kimi no Na wa ของผู้กำกับสุดเทพ Makoto Shinkai คงคุ้นเคยกับซีนคู่พระเอก-นางเอกเดินสวนกันบนบันไดที่มีราวบันไดสีแดง ซึ่งเป็นฉากสำคัญในเรื่อง + เป็นฉากที่อยู่ในโปสเตอร์หนังด้วย

ฉากต่างๆ ในอนิเมะ Your Name มีตัวตนจริงๆ ในประเทศญี่ปุ่น ถึงขั้นมีคนรวบรวมข้อมูลและบอกวิธีตามรอยฉากเหล่านั้นกันมากมาย ในฐานะที่ทีมงานมีโอกาสไปเยือนโตเกียวพอดี เลยไปตามรอยกันบ้างแบบเบาๆ เอาแค่บันไดเพียงอย่างเดียวพอ

การเดินทางเรียกว่าค่อนข้างง่าย เพราะจุดชมบันไดแห่งนี้อยู่กลางเมืองโตเกียว ไม่ไกลจากชินจูกุเลย เรียกได้ว่าอยู่ในระยะพอเดินเท้าไปได้จากชินจูกุด้วยซ้ำ

บันไดแห่งนี้อยู่หน้าศาลเจ้าชื่อ Suga Shrine ซึ่งเป็นศาลเจ้าเล็กๆ ในย่าน Yotsuya ใกล้กับ Shinjuku

วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ไปลงที่สถานี Yotsuya-Sanchome แล้วเดินเข้าซอยเล็กๆ ไปอีกไม่ไกล ก็จะถึงศาลเจ้า Suga และบันไดแห่งนี้

ตัวบันไดมีพิกัดใน Google Maps เป็นของตัวเองเลย หาไม่ยากครับ

ถ้าเดินมาจากทางฝั่งศาลเจ้า เราจะมาถึงด้านบนของบันไดก่อน

ช่วงที่ไปมีเทศกาลโคมไฟพอดี เลยตกแต่งมีโคมไฟประดับ อารมณ์แตกต่างจากในหนังอยู่พอสมควร

เนื่องจากบันไดนี่ดังระดับโลกแล้ว เลยมีกลุ่มทัวริสต์ไม่น้อยมาเยือน (ตอนที่ไปมี 3 กรุ๊ป) ยังไงก็อย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอยู่แถวนั้น เพราะมีแต่บ้านคนจริงๆ

ศาลเจ้า Suga Shrine เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ไหนๆ มาถึงแล้วก็เดินมาไหว้กันสักหน่อย

Suga Shrine

Suga Shrine

เนื่องจากมันเป็นบันไดธรรมดา ที่เผอิญดังขึ้นมาเพราะถูกนำไปใช้เป็นฉากในหนัง สิ่งเดียวที่มาแล้วต้องทำก็คือ “ถ่ายรูป” กับบันไดให้เหมือนซีนในหนังนั่นเอง

ด้านล่างของบันได ถ้าเดินลงมาแล้วก็สามารถเดินวนกลับไปยังสถานีรถไฟใต้ดินได้เหมือนกัน

ถ้าใครมาช่วงเที่ยงๆ หรือชนกับมื้ออาหาร ย่านสถานี Yotsuya-Sanchome ก็มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกกินได้ตามใจชอบครับ

]]>
25582
รู้จัก Jewel Changi อาคารใหม่สุดแกรนด์ของสนามบินชางงี สิงคโปร์ https://2baht.com/jewel-changi-airport-singapore/ Sun, 28 Oct 2018 03:25:19 +0000 https://2baht.com/?p=25569 ]]> อีกไม่นานเราจะได้พบกับ Jewel Changi Airport อาคารใหม่ของสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีความสูงเท่าตึก 10 ชั้น (5 ชั้นบนดิน + 5 ชั้นใต้ดิน) ภายในเป็นสวนขนาดใหญ่พร้อมร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมาก

Jewel ไม่ใช่อาคารเทอร์มินัลสำหรับผู้โดยสาร แต่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยเชื่อมกับเทอร์มินัล 1 ของสนามบินชางงี และมีสะพานเดินต่อไปยังเทอร์มินัล 2 และ 3 ได้ เป้าหมายของมันก็ชัดเจนว่าต้องการเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสารหลายสิบล้านคนที่ต้องเดินทางผ่านสนามบินชางงี (ชางงียังมีแผนจะสร้างอาคารเทอร์มินัล 5 แยกต่างหากในอนาคต)

ท่านที่เคยเดินทางไปสนามบินชางงีอาจพอนึกภาพออกว่า อาคาร Terminal 1 ตั้งอยู่ตรงกลางใกล้กับหอควบคุมการบิน มี Terminal 2 และ 3 ขนาบซ้ายขวา ส่วนอาคาร Jewel จะตั้งอยู่ตรงกลางด้านหน้าของ Terminal 1 และติดกับหอคอยควบคุมการบินเลย เรียกได้ว่าถ้ามายังสนามบินชางงี ไม่มีทางพลาดมองไม่เห็นอาคารโดมกระจกแห่งนี้ไปได้เด็ดขาด

ด้านบนสุดในโดมของ Jewel เป็นสวนป่าพร้อมน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากตรงกลางหลังคา มีความสูงถึง 40 เมตร ให้อารมณ์ความรู้สึกเป็นธรรมชาติป่าเขตร้อน

แต่ภายใต้สวนป่าและน้ำตกเป็นร้านค้าจำนวนเกือบ 300 ร้าน และโรงแรม Yotel Air ที่รองรับแขกได้ 130 ห้อง

รายชื่อร้านค้าและร้านอาหารบางส่วนใน Jewel Changi

  • A&W ครั้งแรกในรอบสิบปีที่กลับมายังสิงคโปร์
  • Pokemon Center Singapore ร้านแรกที่อยู่นอกญี่ปุ่น พร้อมสินค้าพิเศษที่ขายเฉพาะในสิงคโปร์เท่านั้น
  • Laderach ร้านช็อคโกแลตจากสวิส
  • Pink Fish ร้านซีฟู้ดจากนอร์เวย์
  • Shake Shack ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก
  • Shaw Theatres โรงหนังแบบมัลติเพลกซ์จำนวน 11 โรง มีโรงที่เป็น IMAX
  • Naiise
  • Supermama
  • Tiger Street Lab โรงเบียร์ของแบรนด์ Tiger Beer
  • ร้านอาหารของเชฟ Violet Oon
  • ร้านอาหารจีน  Xiao Bin Lou และ  Yu’s Kitchen จากประเทศจีน
  • TONITO ร้านอาหารเปรู
  • Nike Shop สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเดินทางมายัง Jewel สามารถมาได้ทางรถไฟใต้ดิน (MRT) รวมถึงมีที่จอดรถ 2,500 คันที่รองรับแขกผู้มาเยือน Jewel และ Terminal 1

Jewel ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2014 และมีกำหนดเปิดบริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2019 (2562) อีกไม่นานเกินรอ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Jewel Changi, Channel News Asia

]]>
25569
ข้อมูลการเช่ารถ สนามบินเชียงราย มีบริษัทใดบ้าง https://2baht.com/chiangrai-airport-car-rental/ Thu, 25 Oct 2018 05:19:52 +0000 https://2baht.com/?p=25561 ]]> เดี๋ยวนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังจังหวัดปลายทาง แล้วเช่ารถจากสนามบินขับไปยังสถานที่ต่างๆ ได้เลย ถือเป็นความสะดวกอย่างมากสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลๆ หรือไปหลายจุดในทริปเดียว และไม่มีวิธีการขนส่งสาธารณะที่สะดวก หรือไม่มีเพื่อน/ญาติมารอรับ

ทีมงาน 2Baht มีโอกาสแวะไปยัง จ.เชียงราย และได้เช่ารถจากสนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงนำข้อมูลของการเช่ารถที่สนามบินเชียงรายมาฝากกัน

มีบริษัทเช่ารถยี่ห้อใดบ้าง

สนามบินเชียงรายมีบริษัทรถเช่าทั้งหมด 7 รายดังนี้ (เรียงตามตัวอักษร)

  • ASAP
  • Auto Rental
  • AVIS
  • Chic
  • Hertz
  • National
  • Thai Rent a Car

เคาเตอร์ของบริษัทรถเช่าจะอยู่ด้านหน้าของทางออกผู้โดยสารขาออก (Departure) เรียกว่าออกมาก็เจอเลย ไม่มีทางที่จะไม่เห็นได้ โดยอยู่ใกล้กับประตู 2 ของอาคารผู้โดยสารสนามบิน

ฝั่งซ้ายมือของประตูมีด้วยกัน 5 รายคือ Chic, ASAP, National, Thai Rent a Car, AVIS

รถเช่า สนามบินเชียงราย

ฝั่งขวามือมีอีก 2 รายคือ Hertz และ Auto Rental (ในเครือ True)

รถเช่า สนามบินเชียงราย

ส่วนใครจะใช้บริการยี่ห้อไหน คงแล้วแต่ความชอบ การเป็นสมาชิกสะสมแต้ม รวมถึงโปรโมชั่นของแต่ละบริษัทในแต่ละช่วงด้วย

ในการเดินทางรอบล่าสุด ทีมงานเราใช้บริการของ Chic ซึ่งก็ได้รับประสบการณ์ที่ดี พนักงานบริการดี สภาพรถดี ส่วนยี่ห้ออื่นยังไม่ได้ลองใช้ก็คงไม่สามารถบอกเล่าประสบการณ์ตรงนี้ได้

ป.ล. รถยนต์เช่าทุกคันที่อยู่ในสนามบิน สามารถเข้าออกสนามบินโดยไม่ต้องรับบัตรจอดรถที่ป้อมยามนะครับ เพราะมีสติ๊กเกอร์แปะติดอยู่หน้ารถแล้ว สามารถขับเข้าสนามบินไปได้เลย

]]>
25561
พาชม Food Court ในสนามบินเชียงราย https://2baht.com/chiang-rai-airport-food-court/ Tue, 23 Oct 2018 05:55:35 +0000 https://2baht.com/?p=25545 ]]> มีโอกาสไปเยือนสนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย (CEI – Chiang Rai International Airport) และพบว่ามีการเปิดศูนย์อาหารใหม่บริเวณชั้น 2 ของสนามบิน ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักเดินทาง นักท่องเที่ยว ได้มีอาหารรับประทานระหว่างรอเครื่องบิน โดยที่ไม่ต้องออกไปหากินนอกสนามบินให้ยุ่งยาก เลยเก็บข้อมูลมาฝากกัน

ศูนย์อาหารอยู่บริเวณชั้น 2 ของสนามบิน ถ้าเดินเข้าประตูสนามบินมาจะอยู่ด้านซ้ายมือสุด บริเวณเดียวกับเคาเตอร์เช็คอินของสายการบินต่างๆ เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 ก็จะเจอเลย (อยู่ติดกับทางออกขึ้นเครื่องระห่างประเทศหรือ International Departures) เขาใช้ชื่อว่า The Foodie Project

Chiang Rai Airport Food Center
ศูนย์อาหารสนามบินเชียงราย

ศูนย์อาหารแห่งนี้มีที่นั่งค่อนข้างกว้างขวาง นั่งกันสบายๆ ไม่แออัด การจ่ายเงินต้องแลกคูปอง มีซุ้มขายเครื่องดื่มและเบียร์บริการด้วย

บรรยากาศภายในฟู้ดคอร์ท

ร้านอาหารภายในฟู้ดคอร์ท เท่าที่เดินสำรวจมีดังนี้ (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2561)

ร้านอาหารฝรั่ง Aka Burger ขายเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย แซนด์วิช พาสต้า

Aka Burger

ร้านของหวาน Mang-Co ขายพวกน้ำแข็งใส น้ำปั่น และร้านก๋วยเตี๋ยวล้านนา มีทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูและเนื้อ

Chiang Rai Airport Food Court

ร้านข้าวมันไก่เจริญ และข้าวแกงสี่ภาค มีขนมจีนขายด้วย

Chiang Rai Airport Food Court

ร้านผัดไท ชี้ดาว ขายผัดไท ผัดซีอิ๊วและราดหน้า กับร้านข้าวซอยบุษณีย์ เวียงชัย

Chiang Rai Airport Food Court

ร้านสุดท้ายเป็นร้านอาหารสำหรับคนจีน ชื่อร้านไก่ย่างพ่อขุน แต่ก็เขียนกำกับว่า Chinese Food พร้อมเมนูภาษาจีน และอาหารแนวจีนๆ

Chiang Rai Airport Food Court

นอกจากร้านในฟู้ดคอร์ทแล้ว ที่บริเวณชั้น 1 ของสนามบินยังมีร้านอาหารข้าวซอย และร้านกาแฟ (Black Canyon) กับไอติม Dairy Queen บริการด้วย ส่วนด้านในหลังจากผ่านด่านตรวจความปลอดภัยไปแล้ว ก็มีร้านกาแฟอีก 3-4 ร้านให้บริการ โดยยังมีอาหารเบาๆ พวกแซนด์วิช เค้ก หรือบะหมี่ถ้วยขายด้วย

]]>
25545
ข้อมูลตลาดปลาโทโยสุ ตลาดปลาแห่งใหม่ที่มาแทนสึกิจิ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้ว https://2baht.com/toyosu-fish-market/ Mon, 15 Oct 2018 09:56:00 +0000 https://2baht.com/?p=25535 ]]>

หลายคนอาจได้ข่าวว่า ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji fish market) อันมีชื่อเสียงของกรุงโตเกียว มีอันต้องปิดตัวลงในวันที่ 6 ตุลาคม 2018 หลังเปิดทำการมานานถึง 83 ปี ด้วยเหตุผลว่าตัวอาคารทรุดโทรมตามกาลเวลา และทางเมืองโตเกียวต้องการนำพื้นที่ตรงนั้นไปใช้ประโยชน์อื่น

อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลาในตลาดสึกิจิเดิมไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายมายังตลาดปลาแห่งใหม่ “โทโยสุ” (Toyosu) ที่มาแทนตลาดสึกิจิ และอยู่ห่างไปจากที่เดิมเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

แผนที่ตลาดปลา Toyosu (ล่าง) ที่ย้ายมาจาก Tsukiji (บน)

ตลาดปลาโทโยสุ มีพื้นที่ใหญ่กว่าสึกิจิถึง 1.8 เท่า (407,000 ตารางเมตร) สะอาดกว่าเดิม เดินทางสะดวกกว่าเดิม แถมยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวยังสามารถชมการประมูลปลาทูน่า โดยมีจุดชมวิวจากชั้นสองของตลาดปลาด้วย

ตลาดปลาโทโยสุ เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ที่หยุดบริการ และวันหยุดราชการของญี่ปุ่น ระหว่างเวลาตีห้าถึงห้าโมงเย็น (5.00-17.00) โดยไม่เก็บค่าเข้าชม หากต้องการไปในช่วงที่ตลาดคึกคักที่สุด ควรไปก่อน 8 โมงเช้า

การเดินทางไปยังตลาดโทโยสุที่สะดวกที่สุดคือ รถไฟใต้ดินสาย Yurikamome Line ลงที่สถานี Shijo-mae Station โดยสามารถเดินจากสถานีรถไฟไปยังตลาดปลาได้เลย หรืออีกทางหนึ่งคือสถานี Toyosu Station, สาย Yurakucho Line ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ รวมถึงสามารถนั่งรถไฟต่อไปยังเกาะโอไดบะได้ด้วย

ร้านอาหาร ร้านซูชิอร่อยๆ จากสึกิจิก็ย้ายตามมาที่โทโยสุหลายราย (บางส่วนก็ยังอยู่ที่เดิมที่อยู่รอบตลาดสึกิจิ) ใครสนใจแวะไปเที่ยวก็ตามไปชิมซูชิร้านดังๆ ได้เช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก เว็บไซต์ของตลาด Toyosu (ภาษาญี่ปุ่น)

ที่มา – Japan Today, CNN

]]>
25535
ร้านเบอร์เกอร์ Shake Shack เตรียมเปิดที่สิงคโปร์ในปี 2019 https://2baht.com/shake-shack-singapore/ Wed, 10 Oct 2018 15:50:33 +0000 https://2baht.com/?p=25530 ]]>
Smoke Shack Burger

ข่าวดีของแฟนๆ ร้านเบอร์เกอร์ Shake Shack จากสหรัฐอเมริกา ล่าสุดกำลังจะมาเปิดสาขาใกล้ๆ บ้านเราแล้วที่สนามบินชางงีในสิงคโปร์

Shake Shack ประกาศข่าวนี้ผ่านบัญชีโซเชียลของบริษัทว่าจะมาเปิดที่อาคาร Jewel Changi Airport ซึ่งเป็นอาคารใหม่ของสนามบินชางงี มีกำหนดการคร่าวๆ คือปีหน้า 2019

ร้าน Shake Shack สาขาสิงคโปร์จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และมีเมนูเด่นๆ ครบครันไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ ShackBurger, ฮ็อตด็อก Shack-cago, มันฝรั่งทอด เบียร์ ไวน์ ไอศกรีม

https://twitter.com/shakeshack/status/1049804195799465984

ที่มา – Channel NewsAsia

]]>
25530
ประสบการณ์ซื้อซิม 4G ต่อเน็ตที่ประเทศพม่า ซื้อซิมท้องถิ่นถูกกว่า https://2baht.com/myanmar-sim-card/ Fri, 28 Sep 2018 06:22:32 +0000 https://2baht.com/?p=25519 ]]> พม่า-เมียนมาร์เป็นอีกประเทศที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย (โดยเฉพาะสายวัด) และกำลังเปิดประเทศ ทำให้ความเจริญเริ่มเข้ามา

คนไทยที่ไปพม่าอาจมีคำถามเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือว่าควรใช้แบบไหนดี ระหว่างการเปิดโรมมิ่งในไทย ซื้อซิมโรมมิ่งในไทย หรือซื้อซิมท้องถิ่น แบบไหนถูกกว่ากัน

ทีมงาน 2Baht เพิ่งไปเยือนพม่ามาสดๆ ร้อนๆ ในเดือนกันยายน 2018 จึงอยากมาแชร์ข้อมูลตรงนี้อีกต่อ คำตอบคือ ซื้อซิมท้องถิ่นถูกกว่ามากครับ

ถ้าเทียบกับการซื้อซิมโรมมิ่งจากโอเปอเรเตอร์ไทยไปใช้ที่พม่า ขั้นต่ำคือแพกเกจ 399 บาท ได้เน็ต 4GB แต่ซิมของโอเปอเรเตอร์พม่า ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 จ๊าด หรือประมาณ 70 บาทเท่านั้น (อัตราแลกเปลี่ยนในเดือนสิงหาคม 2018)

การซื้อซิมก็ง่ายมาก สามารถซื้อที่สนามบินในพม่าได้เลย มีร้านของโอเปอเรเตอร์รอเราอยู่แล้วตรงฝั่งผู้โดยสารขาเข้า ทั้ง 3 โอเปอเรเตอร์หลักในประเทศพม่า

  • MPT เป็นโอเปอเรเตอร์อันดับหนึ่งของพม่า เป็นรัฐวิสาหกิจของพม่าเอง ร่วมทุนกับ KDDI ของเกาหลีใต้ และ Sumimoto ของญี่ปุ่น
  • Telenor อันนี้คนไทยรู้จักดีอยู่แล้ว เป็นบริษัทแม่เดียวกับ dtac บ้านเรา
  • Ooredoo ชื่ออาจไม่คุ้นเคย เป็นโอเปอเรเตอร์จากประเทศกาตาร์ ที่เข้ามาทำธุรกิจในพม่า

ทุกรายรองรับ 4G LTE หมดแล้ว เรื่องเทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหา ส่วนพื้นที่ให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย แต่ถ้าเราอยู่เฉพาะในย่างกุ้งหรือเมืองใหญ่ อันนี้สบายๆ ครับ เท่าที่ลองใช้มาไม่มีปัญหาใดๆ เน็ตลื่นตลอดเวลาไม่มีสะดุด ประสบการณ์ใช้งานทัดเทียมกับเมืองไทยเลย

Telenor Ooredoo at Yangon Airport
บูตของ Telenor และ Ooredoo ที่สนามบินย่างกุ้ง (MPT อยู่ห่างออกไปอีกหน่อย) พนักงานขายพูดภาษาอังกฤษได้

ส่วนเรื่องราคา ของทั้งสองเจ้าคือ Telenor กับ Ooredoo ขายราคาเท่ากัน ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 จ๊าดเหมือนกัน คือประมาณ 70 บาท

แพกเกจเริ่มต้นที่ปริมาณ data 1GB ทุกซิมใช้ได้นาน 30 วัน แต่ช่วงนี้ Ooredoo จะให้โบนัสเพิ่มอีก 1GB ทุกแพกเกจ ทำให้ Ooredoo ถูกกว่าอยู่นิดหน่อย

เมื่อซื้อซิมแล้ว พนักงานที่บูตจะเปลี่ยนซิมและ activate ซิมให้เรา (เสียบเลยใช้ไม่ได้ทันที ต้องให้เขากดโค้ดให้ด้วยนิดหน่อย) ในแพกเกจมีตัวแปลงขนาดซิมมาให้พร้อม แต่ไม่มีเข็มจิ้มซิมมาให้ด้วยนะ (ขอจากพนักงานได้)

เราเลือกใช้ซิมของ Telenor ภาพรวมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เน็ตในย่างกุ้งใช้งานได้ดีในระดับเดียวกับอยู่กรุงเทพ (เผลอๆ อาจจะดีกว่าด้วย!) และสามารถเปิด tethering ทำเป็น Wi-Fi hotspot ให้เครื่องอื่นๆ ใช้เน็ตได้ด้วย ไม่ได้ปิดกั้นอะไร

]]>
25519
อันดับสายการบินที่ดีที่สุดในโลก 2018 – Singapore ทวงแชมป์ การบินไทยติดอันดับ 10 https://2baht.com/skytrax-world-best-airlines-2018/ Tue, 17 Jul 2018 15:14:50 +0000 https://2baht.com/?p=25504 ]]> แวะเวียนกันมาอีกปีกับการจัดอันดับ “สายการบินที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2018 ของ Skytrax โดยปีนี้ Singapore Airlines กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ได้สำเร็จ ส่วนแชมป์เก่า Qatar Airways ตกไปอยู่อันดับสอง

อันดับ 3 และ 4 ยังเป็นสายการบินเดิมของปีที่แล้วคือ ANA และ Emirates ส่วนอันดับ 5 คือ EVA Air ของไต้หวัน และอันดับ 6 Cathay Pacific จากฮ่องกง สลับตำแหน่งกันเองจากปีที่แล้ว

สิ่งที่น่ายินดีของคนไทยคือ การบินไทย กลับเข้ามาติด Top 10 แล้วโดยอยู่อันดับ 10 (ปีที่แล้วอยู่อันดับ 11) แถมการบินไทย ยังชนะในหมวด Best Economy Class อีกด้วย (ปีที่แล้วก็ได้แชมป์ในหมวดนี้)

สายการบินพุ่งแรงของปีนี้คือ China Southern Airlines ของจีน ขยับจากอันดับ 23 มาอยู่อันดับ 14 ส่วนสายการบินที่อันดับตกฮวบอย่างน่าสนใจคือ Etihad ปีที่แล้วอยู่อันดับ 8 ปีนี้กลับตกไปอยู่ถึงอันดับ 15

Bangkok Airways สายการบินของไทยอีกแห่งก็ได้รางวัล World’s Best Regional Airline หรือสายการบินส่วนภูมิภาคยอดเยี่ยม อีกรางวัลหนึ่งด้วย

10 อันดับสายการบินยอดเยี่ยมประจำปี 2018 

  1. Singapore Airlines (อันดับปีที่แล้ว 2)
  2. Qatar Airways (1)
  3. ANA All Nippon Airways (3)
  4. Emirates (4)
  5. EVA Air (6)
  6. Cathay Pacific Airways (5)
  7. Lufthansa (7)
  8. Hainan Airlines (9)
  9. Garuda Indonesia (10)
  10. Thai Airways (11)

 

]]>
25504