2Baht.com https://2baht.com บล็อกท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ 2Baht.com Tue, 17 Jul 2018 15:14:50 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.9.8 80558871 อันดับสายการบินที่ดีที่สุดในโลก 2018 – Singapore ทวงแชมป์ การบินไทยติดอันดับ 10 https://2baht.com/skytrax-world-best-airlines-2018/ Tue, 17 Jul 2018 15:14:50 +0000 https://2baht.com/?p=25504 ]]> แวะเวียนกันมาอีกปีกับการจัดอันดับ “สายการบินที่ดีที่สุดในโลก” ประจำปี 2018 ของ Skytrax โดยปีนี้ Singapore Airlines กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ได้สำเร็จ ส่วนแชมป์เก่า Qatar Airways ตกไปอยู่อันดับสอง

อันดับ 3 และ 4 ยังเป็นสายการบินเดิมของปีที่แล้วคือ ANA และ Emirates ส่วนอันดับ 5 คือ EVA Air ของไต้หวัน และอันดับ 6 Cathay Pacific จากฮ่องกง สลับตำแหน่งกันเองจากปีที่แล้ว

สิ่งที่น่ายินดีของคนไทยคือ การบินไทย กลับเข้ามาติด Top 10 แล้วโดยอยู่อันดับ 10 (ปีที่แล้วอยู่อันดับ 11) แถมการบินไทย ยังชนะในหมวด Best Economy Class อีกด้วย (ปีที่แล้วก็ได้แชมป์ในหมวดนี้)

สายการบินพุ่งแรงของปีนี้คือ China Southern Airlines ของจีน ขยับจากอันดับ 23 มาอยู่อันดับ 14 ส่วนสายการบินที่อันดับตกฮวบอย่างน่าสนใจคือ Etihad ปีที่แล้วอยู่อันดับ 8 ปีนี้กลับตกไปอยู่ถึงอันดับ 15

Bangkok Airways สายการบินของไทยอีกแห่งก็ได้รางวัล World’s Best Regional Airline หรือสายการบินส่วนภูมิภาคยอดเยี่ยม อีกรางวัลหนึ่งด้วย

10 อันดับสายการบินยอดเยี่ยมประจำปี 2018 

  1. Singapore Airlines (อันดับปีที่แล้ว 2)
  2. Qatar Airways (1)
  3. ANA All Nippon Airways (3)
  4. Emirates (4)
  5. EVA Air (6)
  6. Cathay Pacific Airways (5)
  7. Lufthansa (7)
  8. Hainan Airlines (9)
  9. Garuda Indonesia (10)
  10. Thai Airways (11)

 

]]>
25504
AIS Sim2Fly รองรับการใช้งานในประเทศจีนแล้ว https://2baht.com/ais-sim2fly-china/ Sat, 14 Jul 2018 04:51:50 +0000 https://2baht.com/?p=25496 ]]>

2Baht เคยรีวิวการใช้งาน AIS Sim2Fly ซิมโรมมิ่งเน็ตข้ามประเทศของ AIS ไปแล้วครั้งหนึ่ง จุดอ่อนสำคัญของ Sim2Fly คือใช้งานได้เกือบทุกประเทศสำคัญในโลก ยกเว้นประเทศจีน ทำให้ก่อนหน้านี้คนไทยที่จะไปจีน ต้องใช้ซิมค่ายอื่นอย่าง True TravelSim หรือ Dtac Go Inter แทน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2561 AIS ประกาศขยายบริการ Sim2Fly ไปยังประเทศจีนแล้ว โดยจับมือกับเครือข่าย China Unicom และ China Mobile ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ของจีน

ความร่วมมือนี้ทำให้แพ็กเกจ Sim2Fly ชุด 399 บาท รองรับการใช้งานในเอเชีย 18 ประเทศคือ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ลาว, อินเดีย, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, พม่า, ออสเตรเลีย, เนปาล, อินโดนีเซีย, กาตาร์ และศรีลังกา ส่วนแพ็กเกจเน็ตยังเป็น 4GB นาน 8 วันเช่นเดิม (หลังครบ 4GB แล้วยังใช้ได้แบบลดสปีดเหลือ 128kbps)

 

]]>
25496
พาชมงาน Vinexpo Hong Kong 2018 งานจัดแสดงไวน์ระดับโลกที่ฮ่องกง https://2baht.com/tour-vinexpo-hong-kong-2018/ Sat, 02 Jun 2018 03:06:57 +0000 https://2baht.com/?p=25459 ]]> ทีมงาน 2baht.com มีโอกาสเดินทางมาฮ่องกงเพื่อเข้าร่วมงาน Vinexpo Hong Kong 2018 งานแสดงสินค้าและนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮออล์ เลยขอพาชมงานดังกล่าวครับ

รู้จักกับงาน Vinexpo Hong Kong

Vinexpo Hong Kong 2018
Vinexpo Hong Kong 2018

งาน Vinexpo เป็นงานแสดงสินค้าและนิทรรศการด้านแอลกอฮออล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่ง (เน้นหนักไปที่ไวน์) จัดขึ้นครั้งแรกที่เมือง Bordeaux ในปี 1981 และกลายมาเป็นงานที่จัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

งาน Vinexpo ในเอเชีย จัดครั้งแรกที่ฮ่องกงในชื่อว่า Vinexpo Asia-Pacific ในปี 1998 ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น Vinexpo Hong Kong เนื่องจากมีการจัดอีกงานที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปี 2014

ปี 2018 ถือเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของงาน Vinexpo Hong Kong (จากนี้จะย่อเป็น VinexpoHK) ปกติแล้วงานจัดสองปีต่อครั้ง กลุ่มเป้าหมายเน้นหนักไปที่การเจรจาธุรกิจเป็นหลัก แต่ก็เปิดให้คนรักไวน์สามารถลงทะเบียนมาได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ตราสัญลักษณ์ของงาน
ตราสัญลักษณ์ของงาน

งาน VinexpoHK ทุกครั้งจะจัดที่ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าฮ่องกง (HKCEC: Hong Kong Convention and Exhibition Centre) ปีนี้มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงกว่า 1,300 ราย จาก 30 ประเทศ และมีประเทศออสเตรเลียเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ครับ

งานนี้มีการเก็บค่าเข้า (ยกเว้นสื่อมวลชน แขกรับเชิญ และตัวแทนจากสถาบันการศึกษา ที่ได้รับการยกเว้น) โดยเก็บเป็นอัตราขั้นบันได (แพงสุดคือลงทะเบียนหน้างาน) และไม่อนุญาตให้บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้างานโดยเด็ดขาดครับ)

ลักษณะงานมีการแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนนิทรรศการและแสดงสินค้า กับส่วนที่เป็นการให้ความรู้ (Vinexpo Academy) มีทั้งที่เข้าไปได้เลยไม่ต้องลงทะเบียน กับส่วนที่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าเอาไว้ก่อนครับ

ส่วนนิทรรศการและแสดงสินค้า

ส่วนนิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสินค้าจากหลากหลายประเทศ แบ่งเป็น 2 ชั้น มีทั้งตัวแทนจากไร่ไวน์และมีหน่วยงานรัฐระดับประเทศ (เช่น Wine Australia) มาออกบูธขนาดใหญ่ด้วย

ในฐานะที่เป็นผู้ดื่มไวน์ ยังทึ่งในความหลากหลายของไวน์มาออกงานนี้ เพราะไม่ได้มีแค่ไวน์จากประเทศสำคัญๆ อย่างฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังมีประเทศอื่นๆ อย่างประเทศจีน มอลโดวา สโลวีเนีย โครเอเชีย ประเทศญี่ปุ่น โปรตุเกส สวีเดน สหราชอาณาจักร รัสเซีย มาร่วมแสดงไวน์ด้วย (ไม่มีประเทศไทย)

ส่วนนี้มีทั้งทั้งการเจรจาธุรกิจ และมีไวน์เปิดให้ชิม ถ้าสนใจก็สามารถพูดคุยกับตัวแทนของไร่เพื่อเจรจานำเข้าไวน์หรือเครื่องดื่มที่ต้องการได้ จากประสบการณ์ของทีมงานพบว่าประเทศเกิดใหม่ มักจะมีสไตล์ที่เป็นกันเองมากกว่าประเทศจากยุโรปที่จำหน่ายไวน์มานานอย่างฝรั่งเศส (ยกเว้นอิตาลี)

ส่วนการประชุมและเพิ่มพูนความรู้

ส่วนนี้เรียกว่า Vinexpo Academy มีทั้งการชิมไวน์เพื่อการเรียนรู้ และมีการบรรยาย บางหัวข้อเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าฟัง แต่หลายหัวข้อต้องเป็นคนที่ได้รับเชิญจากบริษัทหรือเจ้าภาพเท่านั้น สามารถดูรายละเอียดได้จากป้ายประกาศของทางผู้จัดงาน

ส่วนที่เป็นความรู้นี้ บางทีจะเป็นงานชิมไวน์ขนาดใหญ่ในบางเขตพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าภาพ และเรามักจะได้เจอเจ้าของไร่ด้วย ทีมงานได้มีโอกาสเจอเจ้าของไร่จำนวนมากในงานนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง ที่จะเจอเจ้าของไร่ไวน์จำนวนมากในงานเดียว

Eduardo Chadwick เจ้าของไร่ไวน์ Sena ชื่อดังจากชิลี
Eduardo Chadwick เจ้าของไร่ไวน์ Sena ชื่อดังจากชิลี

ในส่วนของการให้ความรู้ บางครั้งจัดในห้องเฉพาะ บางครั้งจัดตามบูธต่างๆ จำเป็นต้องติดตามข้อมูลให้ดีๆ ไม่งั้นจะพลาดโอกาสได้ ทีมงานเองเพิ่งรู้ว่ามีการชิมไวน์และบรรยายสำคัญใน 3 นาทีสุดท้ายก่อนงานเริ่ม ซึ่งก็ไปถึงทันท่วงที ดังนั้นแล้วต้องดูดีๆ ครับ

การบรรยายแต่ละรอบมักจะเป็นบุคคลสำคัญ หรือคนที่เราไม่ได้พบกันง่ายๆ ถ้ามีโอกาสเข้าได้ก็ควรเข้าครับ ผู้เขียนมีโอกาสเจอผู้บรรรยายระดับโลกมาหลายคน ซึ่งหากไปเข้าที่ไทย ค่าบรรยายอาจทะลุหลักครึ่งหมื่นได้ไม่ยาก

สรุป

งาน Vinexpo Hong Kong 2018 ที่ได้พาชมและถ่ายรูปให้ท่านผู้ชมเห็น เป็นเพียงบางส่วนของงานทั้งหมดที่จัดขึ้นตลอด 3 วันนี้เท่านั้น งานจะกลับมาจัดอีกครั้งใน 2 ปีข้างหน้า รูปแบบงานอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่คงไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตลอดเวลาคือ งานนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเน้นที่การค้าขายและเจรจาธุรกิจเป็นหลัก ไม่ได้เน้นสำหรับบุคคลทั่วไปนัก สำหรับคนที่ชอบดื่มไวน์และแอลกอฮอล์ งานนี้อาจจะไม่เหมาะนัก แต่ถ้าเน้นสายวิชาการมาหาความรู้เพิ่มเติม หรือเน้นที่การเจรจาติดต่อธุรกิจ งานนี้ถือเป็นงานที่เหมาะสมที่จะมาครับ

เน้นย้ำอีกรอบว่า งานนี้มีค่าเข้างาน โดยถ้ารีบลงทะเบียนแต่เนิ่นๆ จะมีค่าเข้างานที่ถูกมาก (ประมาณ 800 บาทไทย) แต่ถ้ามาลงทะเบียนหน้างาน ค่าเข้างานอาจสูงได้ถึง 1,500 บาทไทยครับ ดังนั้นใครที่จะมาอาจจะต้องวางแผนกันแต่เนิ่นๆ ครับ 🙂

]]>
25459
NokScoot เปิดเส้นทางบิน กรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปโตเกียว (นาริตะ) https://2baht.com/nokscoot-new-route-toyko-narita/ Fri, 01 Jun 2018 14:48:23 +0000 https://2baht.com/?p=25481 ]]>

NokScoot ขยายเส้นทางบินจากเดิมที่มีรูทจีน/ไต้หวัน เพิ่มเส้นทางบินกรุงเทพ (ดอนเมือง) มายังสนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มบินตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป

รายละเอียดเที่ยวบิน

  • XW102 กรุงเทพ (ดอนเมือง) – นาริตะ ออกเดินทาง 02:20 ถึงปลายทาง 10:25
  • XW101 นาริตะ – กรุงเทพ (ดอนเมือง) ออกเดินทาง 13:55 ถึงปลายทาง 18:25

เที่ยวบินเหล่านี้ให้บริการทุกวัน ช่วงเปิดตัวมีโปรโมชั่นราคา 3,960 บาท ต่อเที่ยวบินรวมภาษีสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2561

นกสกู๊ตยังมีเป้าหมายในการขยายการให้บริการเส้นทางบินไปในประเทศอื่นๆ แถบเอเชียเหนือ โดยมีแพลนขยายเส้นทางไปยังโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการและรออนุมัติ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางดังกล่าวได้ภายในปลายปีนี้

]]>
25481
รีวิว EVA Air Premium Economy กรุงเทพ-ไต้หวัน-ซานฟรานซิสโก https://2baht.com/eva-air-premium-economy-bangkok-taipei-sanfrancisco/ Sun, 27 May 2018 07:59:36 +0000 https://2baht.com/?p=25433 ]]> ปกติแล้ว ผู้เขียนมีโอกาสต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาปีละ 1-2 ครั้งเพื่อเข้าร่วมงานอีเวนต์ของบริษัทต่างๆ ซึ่งวิธีการเดินทางก็ขึ้นกับนโยบายของแต่ละบริษัทจะจัดหาให้

ที่ผ่านมาเคยเดินทางด้วยที่นั่งทั้งชั้นประหยัด (นั่งอัดๆ ข้ามแปซิฟิก!) และชั้นธุรกิจ (นอนราบ!) แต่เพิ่งมีครั้งล่าสุดที่ได้ลองที่นั่งชั้น Premium Economy ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Economy และ Business คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ตัดสินใจเดินทางด้วยคลาสนี้ (คุณภาพชีวิตดีกว่า Economy ในราคาที่ไม่แพงเกินไป) เลยมาเขียนรีวิวไว้สักหน่อยครับ

เส้นทางบินที่เลือกเป็นกรุงเทพ (BKK) – ซานฟรานซิสโก (SFO) โดยเดินทางในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2018

ตัวเลือก Premium Economy กรุงเทพ-ซานฟรานซิสโก

เท่าที่เข้าใจ สายการบินที่มีที่นั่งชั้น Premium Economy จากฝั่งเอเชีย ข้ามแปซิฟิกไปยังสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 4 รายคือ Cathay Pacific (แวะฮ่องกง), EVA Air (แวะไทเป) และ Japan Airlines กับ ANA (แวะโตเกียว)

ถ้าพิจารณาจากราคาแล้ว EVA Air จะถูกกว่า Cathay อยู่เล็กน้อย (ตั๋วไปกลับประมาณหกหมื่นบาทบวกลบ ทั้งนี้ค่าตั๋วขึ้นกับช่วงเวลาเดินทางด้วย) ในขณะที่ JAL และ ANA ราคาจะกระโดดไปอีกขั้น บางทีก็แตะหลักแสนเลย แบบนั้นนั่ง Business Class ซะดีกว่านะ

เนื่องจากปกติเดินทางด้วย Cathay Pacific อยู่แล้ว รอบนี้เลยตัดสินใจลองเปลี่ยนมานั่ง EVA Air บ้าง ซึ่งราคาที่ถูกกว่านิดหน่อย (ค้นหาเทียบในช่วงเดือนสิงหาคม 2018 ได้ราคา EVA ที่ 62xxx บาท ส่วน Cathay 66xxx บาท) ย่อมทำให้ Premium Economy ของ EVA Air เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า แถม EVA Air อยู่ใน Star Alliance ด้วย เก็บไมล์ร่วมกับการบินไทยได้

EVA Air Premium Economy กรุงเทพ-ไทเป

รายละเอียดไฟลท์

  • หมายเลขไฟลท์: BR 206
  • เดินทางวันที่ 6 May 2018
  • Depart: 01:45am Bangkok (BKK)
  • Arrive: 06:35am Taipei (TPE)
  • Flight time: 2:40 hrs
  • รุ่นเครื่องบิน: B777-300ER

เมื่อเลือก EVA Air แล้วก็ต้องแวะไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเปก่อน ไฟลท์ที่เลือกเป็นไฟลท์กลางคืน BR206 ออกจากกรุงเทพตอนประมาณตี 1:45 และถึงไต้หวันตอนเช้ามืด (6:35) ใช้เวลาบิน 2:40 ชั่วโมง

เก้าอี้ที่นั่งของชั้น Premium Economy

ที่นั่งของ Premium Economy ในไฟลท์นี้จัดแบบ 2-4-2 มีเก้าอี้แถวละ 8 ตัว (เทียบกับ Economy ที่เป็น 3-3-3 คือ 9 ตัวก็ต่างกันเล็กน้อย) ทำให้ขนาดของเก้าอี้ในทางกว้างมีมากขึ้น นั่งสบายขึ้น แถมการจัดแบบ 2-4-2 ยังทำให้เราห่างจากทางเดินไม่เกิน 1 เก้าอี้ด้วย (แม้แถวกลางจะอัด 4 เยอะไปนิดนึง)

ภาพจาก Seat Guru

เห็นแผนผังในทางทฤษฎีกันไปแล้ว มาดูของจริงกันดีกว่าครับ ผู้เขียนได้นั่งแถวกลางและเลือกที่นั่งติดทางเดิน จากภาพจะเห็นว่าระยะ seat pitch หรือระยะห่างระหว่างแถวค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เหยียดขาได้สบายมาก เหลือที่ว่างอีกมากกว่าจะถึงแถวหน้า ส่วนตอนเอนเบาะก็ไม่ต้องเกรงใจคนข้างหลังมากนัก อยากเอนเท่าไรก็เอนไป

ข้อมูลในเว็บไซต์ของ EVA Air เองบอกว่าระยะ seat pitch อยู่ที่ 38 นิ้ว ส่วนความกว้างของเก้าอี้คือ 19.5 นิ้ว

ภาพนี้จะเห็นระยะห่างระหว่างแถว (seat pitch) ได้ค่อนข้างชัดเจน จากคนในภาพที่นั่งไขว่ห้างอยู่ จะเห็นว่ามีระยะเหลืออีกเพียบเลย เข่าไม่ติด

เท่าที่ลองนั่ง (และนอน) ดูก็พบว่าสบายกว่า Economy ขึ้นมากๆ จนคิดว่าต่อไปนี้บินไกลๆ อาจไม่ต้องถึงขั้น Business ก็ได้ ขอแค่ที่นั่งมีระยะห่างเท่านี้ก็พอใจแล้ว

ระบบความบันเทิงเป็นจอสัมผัสรุ่นใหม่ จอใหญ่เห็นชัด สัมผัสดีกดไม่ยาก (ข้างในเป็น Android Tablet) หนังก็ค่อนข้างใหม่ทีเดียว เดินทางช่วงต้นเดือน พ.ค. 2018 มี Black Panther ให้ดูแล้ว แถมกดดูหนังปั๊บ หนังมาเลย โฆษณาไม่เยอะเหมือน Cathay ที่ต้องรอจนเบื่อ ดูโฆษณาดูแล้วดูอีก กว่าหนังจะเริ่มรัน (พอๆ กับโรงหนังบ้านเรา)

เก้าอี้มีช่องให้ชาร์จมือถือ (เป็นพอร์ต USB-A) ให้ โดยอยู่ด้านใต้ที่วางแขน แต่ไม่มีปลั๊กไฟให้ ใครคิดจะเสียบโน้ตบุ๊กอาจจะต้องผิดหวังนิดนึง

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ มีชุด amenity kit ของ Erno Laszlo กับหูฟังเกรดดีหน่อย (ไม่แน่ใจแบรนด์) เผอิญไม่ได้ถ่ายภาพมาด้วย เลยใช้ภาพจากเว็บของ EVA ละกัน (ถุงแบบสีดำ) ของข้างในก็มาตรฐาน มีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าปิดตา ที่อุดหู ถุงเท้า ลิปบาล์มทาปาก (อันนี้ได้ใช้) และครีมทาหน้า

อีกอันที่ชอบมากคือ Premium Economy มีรองเท้าแตะให้ด้วย ปกติเวลาขึ้นเครื่องบินจะถอดรองเท้าอยู่แล้ว พอมีรองเท้าแตะก็ช่วยให้เดินไปเข้าห้องน้ำได้สบายขึ้น ปกติฟีเจอร์แบบนี้มีในชั้นธุรกิจ แต่พอ Premium Economy ได้ด้วยก็เป็นเรื่องดีครับ

ภาพจาก EVA Air

อาหารและเครื่องดื่ม

ปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ซีเรียสกับเรื่องอาหารมากเท่ากับเรื่องเก้าอี้ คือให้กินอะไรก็กินได้หมด แต่ไหนๆ เป็น Premium Economy ที่แพงกว่า Economy และอาหารดีกว่ากันอีกนิด ก็มารีวิวสักหน่อยครับ

ไฟลท์กรุงเทพ-ไทเป เป็นไฟลท์กลางคืน บินสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง เลยเสิร์ฟแค่มื้อเดียวตอนขาขึ้น เมนูก็ตามภาพ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดเต็ม

สิ่งที่น่าสนใจคือ Premium Economy มีเครื่องดื่มค่อนข้างหลากหลายกว่าชั้น Economy ทั่วไปมาก (โดยเฉพาะแอลกอฮอล์) ที่เตะตาเป็นพิเศษคือมีเหล้าบ๊วย Choya Plum Liqueur ด้วย ส่วนเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ก็มีชาเขียวยี่ห้อ ITO EN ด้วย เผื่อใครชอบกิน

ที่ผ่านมาเคยกินแต่ไวน์บนเครื่องบิน คราวนี้มีเหล้าบ๊วยให้เลือกเลยลองสักหน่อยครับ (ภาพถ่ายจากไฟลท์ไทเป-ซานฟราน เพราะขาไปจากกรุงเทพคือง่วงมากจะนอนอย่างเดียว)

อาหารของสายการบิน EVA Air คล้ายกับสายการบินฝั่งเอเชียรายอื่นๆ คือมีให้เลือก 2 เมนู เป็นสไตล์เอเชีย 1 และสไตล์ตะวันตก 1 ทริปนี้เลือกอาหารแบบเอเชียทั้งหมด เมนูของเที่ยวบินกรุงเทพ-ไทเป เป็นข้าวกับปลานึง ราดซอสสาหร่าย ก็อร่อยดีครับ

ถึงแม้จะเป็น Premium Economy แต่ยังมีคำว่า Economy แปะมาด้วย ก็กินข้าวกันในถาดอยู่ดีนะ 😀 (ไม่เป็นไรเราไม่ซีเรียส) อาหารอื่นในชุดมียำไก่สไตล์ไทย, ผลไม้ และเค้กราสป์เบอร์รีโยเกิร์ตมูส มีแถมสาหร่ายมาให้ซองนึงด้วย (ไอ้นี่แหละอร่อย ควรขออีกซอง)

อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรมากครับ เนื่องจากเป็นไฟลท์บินสั้นๆ แถมบินกลางคืน ดังนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากกินกับนอน แป๊บเดียวก็ถึงไทเปละ

Transit ที่สนามบิน Taiwan Taoyuan International Airport

EVA Air มีฮับการบินอยู่ที่สนามบินเถาหยวนของไต้หวัน ดังนั้นเราต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่นี่ สนามบินเถาหยวนจะค่อนข้างเก่าอยู่พอสมควร มีอาคารเทอร์มินัล 2 อันที่ติดกัน เดินทะลุกันได้เลย ข้อดีคือมีร้านค้าเยอะพอสมควร ส่วนข้อเสียคือมีจุดให้นั่งพักค่อนข้างน้อย และมีร้านอาหารน้อย (สำหรับคนที่ต้องรอเปลี่ยนเครื่องยาวๆ และต้องกินข้าวรอระหว่างนั้น)

คิดว่าในภาพรวมแล้ว การแวะทรานสิตที่สนามบินฮ่องกง หรือเกาหลี นั้นให้ประสบการณ์ที่ดีกว่ามาก แต่เถาหยวนก็ไม่ได้เข้าขั้นแย่อะไรมากนัก ภาพรวมโอเค แค่ว่าไม่อลังการเท่านั้นเอง

EVA Air Premium Economy ไทเป-ซานฟรานซิสโก

รายละเอียดไฟลท์

  • หมายเลขไฟลท์: BR 8
  • เดินทางวันที่ 6 May 2018
  • Depart: 10:15am Taipei (TPE)
  • Arrive: 06:40am San Francisco (SFO)
  • Flight time: 11:25 hrs
  • รุ่นเครื่องบิน: B777-300ER

แวะพักที่เถาหยวนประมาณ 3 ชั่วโมงก็ได้เวลาขึ้นเครื่องครับ ไฟลท์นี้เราต้องบินกันยาว 11 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว

สภาพของเก้าอี้และสิ่งอำนวยความสะดวกของ Premium Economy ในเที่ยวบินไทเป-ซานฟรานซิสโก เหมือนกับเที่ยวบินกรุงเทพ-ไทเป ทุกประการ สิ่งที่ต่างกันมีแค่อาหารเท่านั้นเอง

ไฟลท์นี้เป็นไฟลท์ข้ามทวีป อาหารจะเสิร์ฟ 2 มื้อครับ เมนูตามภาพ

อาหารชุดแรกที่ขึ้นเครื่องปั๊บเสิร์ฟก่อนเลย (เทียบเป็นเวลาท้องถิ่นก็ประมาณตอนเที่ยง) มีให้เลือกสองอย่างคือ หมูกับมันฝรั่ง และปลากับสปาเก็ตตี้ เลยเลือกอย่างหลัง

พบว่ามื้อนี้อร่อยมาก สปาเก็ตตี้นี่ครีมอย่างข้น อาหารอื่นในชุดคือสลัดผัก แซลมอนรมควัน และผลไม้ เสิร์ฟชุดนี้เสร็จแล้วยังมีไอศกรีม Häagen-Dazs ปิดท้ายด้วย (แต่เทียบกันแล้ว Cathay Pacific นี่มี Häagen-Dazs ให้กับคนนั่ง Economy Class แบบปกติด้วยนะ)

ส่วนเมนูมื้อที่เสิร์ฟก่อนเครื่องลง (Refresher) เป็นชุดอาหารเช้าแบบจีน (ข้าวต้ม) หรือแบบฝรั่ง (ออมเล็ต-ไส้กรอก) เลยเลือกข้าวต้มมากินเบาๆ ครับ เป็นข้าวต้มใส่กุ้ง เห็ดหอม ใส่ซีอิ๊วมานิดหน่อย กินร้อนๆ ช่วยให้สดชื่นขึ้นจากการบินบนเครื่องที่อากาศแห้งๆ เย็นๆ มาสิบกว่าชั่วโมง

บทสรุป: Premium Economy นั่งสบายกว่า Economy มาก ในราคาที่ไม่แพงแบบ Business

ภาพรวมแล้วก็ค่อนข้างประทับใจกับ Premium Economy ของ EVA Air ยิ่งขากลับของทริปนี้ นั่งกลับมาเป็น Economy ธรรมดาด้วย เลยยิ่งเห็นตัวเปรียบเทียบชัดเจนเรื่องเก้าอี้นั่ง โดยเฉพาะไฟลท์จากซานฟรานซิสโกกลับมาไทเป (BR 027) ที่ได้เครื่อง B777-300ER ก็จริง แต่เป็นรุ่นย่อยตัวเก่า จัดที่นั่ง Economy แบบแน่นสุดๆ 3-4-3 แทบขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว

การได้นั่งเก้าอี้ใหญ่ขึ้นหน่อย มี leg room ให้เหยียดขามากขึ้นอีกนิด ช่วยให้การเดินทางข้ามทวีปแบบครึ่งโลกนี้สบายขึ้นมาก ส่วนอาหารก็มีตัวเลือกพิเศษเพิ่มมาอีกนิดๆ หน่อย แต่คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร ข้อด้อยก็อย่างที่บอก คงเป็นว่าการทรานสิตที่ไต้หวัน อาจไม่สะดวกสบายเท่ากับสนามบินในประเทศอื่นๆ ละแวกนี้

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเลือกบิน Premium Economy คงขึ้นกับผู้อ่านแต่ละท่าน ว่ามองราคาของตั๋ว Premium Economy จะอยู่ที่ประมาณ 2 เท่าของ Economy ปกติ (ถ้าเป็น Business จะประมาณ 3 เท่า) ว่าคุ้มค่าแค่ไหนครับ

]]>
25433
Japan Airline เตรียมเปิดสายการบินโลว์คอสต์ บินข้ามทวีปไปยุโรป-อเมริกา https://2baht.com/jal-low-cost-airline/ Wed, 16 May 2018 16:37:52 +0000 https://2baht.com/?p=25426 ]]>

สายการบิน Japan Airlines (JAL) เตรียมเปิดสายการบินลูกแห่งใหม่ที่เป็นสายการบินโลว์คอสต์ บินเส้นทางระหว่างประเทศในระยะกลาง-ไกล ถึงขนาดไปยุโรปและอเมริกาด้วย

สายการบินแห่งใหม่ยังไม่มีชื่อ แต่จะจดเป็นบริษัทในเดือนกรกฎาคม 2018 และหวังจะเปิดบริการได้ทันโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ

JAL จะลงทุนกับสายการบินแห่งใหม่นี้ 10-20 พันล้านเยน โดยจะมีฐานบินอยู่ที่สนามบินนาริตะ และใช้เครื่อง Boeing 787-8 ให้บริการ

ที่ผ่านมา JAL มีสายการบินโลว์คอสต์อยู่แล้วคือ Jetstar Japan แต่เป็นการร่วมทุนระหว่าง JAL และ Qantas ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน Jetstar ด้วย อย่างไรก็ตาม Jetstar Japan เน้นเส้นทางบินในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีบินไปบางประเทศในเอเชีย เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เท่านั้น แต่สายการบินแห่งใหม่จะเน้นเที่ยวบินระยะไกลข้ามทวีป (ลักษณะเดียวกับ AirAsia X หรือ Eurowings)

Yuji Akasaka ประธานของ JAL ให้สัมภาษณ์ว่า สายการบินแห่งใหม่จะไม่ทับซ้อนกับ Jetstar Japan อย่างแน่นอน ฝั่งของ Jetstar Japan ก็บอกว่าการมีสายการบินใหม่จะช่วยให้มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาในญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งก็จะใช้บริการเที่ยวบินในประเทศของ Jetstar Japan เพิ่มขึ้นด้วย

ที่มา – NHK, Reuters

]]>
25426
กลุ่ม AccorHotels ซื้อกิจการโรงแรมเครือ Movenpick https://2baht.com/accorhotels-buy-movenpick/ Mon, 30 Apr 2018 16:52:56 +0000 https://2baht.com/?p=25419 ]]>

AccorHotels เชนโรงแรมยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ประกาศซื้อกิจการเครือโรงแรมแบรนด์ Mövenpick Hotels & Resorts จำนวน 84 โรงแรมใน 27 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 16,000 คน

โรงแรม Mövenpick ก่อตั้งในสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1973 โดยเจ้าของปัจจุบันคือ  Mövenpick Holding (66.7%) และ Kingdom Holding จากซาอุดิอาระเบีย ถือหุ้น 33.3% มูลค่าการซื้อกิจการรอบนี้คือ 482 ล้านยูโร (1.8 หมื่นล้านบาท)

Accor ระบุว่า Movenpick มีฐานธุรกิจที่เข้มแข็งในยุโรปและตะวันออกกลาง และยังมีแผนการขยายโรงแรมอีก 42 สาขาที่จะแล้วเสร็จในปี 2021 โดยเฉพาะในตลาดประเทศเกิดใหม่อย่างเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา หลังจากการควบกิจการเสร็จสิ้นในครึ่งหลังของปี 2018 สมาชิกสะสมแต้มของ Accor ก็จะสามารถใช้แต้มที่เครือ Movenpick ได้ด้วย

ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2018 โรงแรม Movenpick มีสาขาในประเทศไทยทั้งหมด 8 แห่ง ใน 6 จังหวัดคือ กรุงเทพ เชียงใหม่ หัวหิน เขาใหญ่ พัทยา ภูเก็ต ได้แก่

  • Mövenpick Hotel Sukhumvit 15 Bangkok
  • Mövenpick Residences Ekkamai Bangkok
  • Mövenpick Suriwongse Hotel Chiang Mai
  • Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin
  • Mövenpick Resort Khao Yai
  • Mövenpick Siam Hotel Na Jomtien Pattaya
  • Mövenpick Resort Bangtao Beach Phuket
  • Mövenpick Resort & Spa Karon Beach Phuket

ข้อมูลจาก Reuters

]]>
25419
ชิมขนมหวานฝีมือ Jordi Puigvert เชฟระดับโลกจากสเปน ที่ Pullman King Power https://2baht.com/interview-workshop-jordi-puigvert/ Sat, 21 Apr 2018 10:07:57 +0000 https://2baht.com/?p=25397 ]]> เมื่อช่วงสิ้นเดือนที่แล้ว โรงแรม Pullman King Power ชวนทีมงาน 2baht.com เข้าครัวไปพบ พูดคุย และทำอาหารร่วมกับเชฟ Jordi Puigvert เชฟขนมหวานระดับโลกจากแคว้นคาตาลัน ประเทศสเปน พร้อมนำเสนอเมนูของหวานใหม่ของห้องอาหาร The Junction ของโรงแรม อันมาจากการคิดค้นร่วมกันระหว่างเชฟใหญ่ของโรงแรมกับเชฟ Puigvert จึงขออนุญาตนำการพูดคุยและข้อมูลมาฝากกันครับ

ทั้งนี้ ทีมงานขอขอบคุณทางโรงแรมที่ได้เชิญทีมงานเข้าไปสัมผัสการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเชฟระดับโลกในครั้งนี้ด้วย

Jordi Puigvert
เชฟ Jordi Puigvert (แว่นสีฟ้า) และเชฟปิติ แสงมณี จากโรงแรม So Sofitel Bangkok

Jordi Puigvert กับอาชีพเชฟขนมหวาน

Puigvert เป็นเชฟทำขนมหวานและรับเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท ตลอดจนถึงโรงแรมต่างๆ เป็นคนจากแคว้นคาตาลุญญา ประเทศสเปน ตัวเขาผ่านประสบการณ์การเป็นอาจารย์สอนเชฟมาก่อน และเป็นคนแต่งหนังสือ Evolution. Techniques and ingredients for modern pastry ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

เชฟขณะทำ Mousse Cake
เชฟขณะทำ Mousse Cake

ทีมงานมีโอกาสถามเขาสั้นๆ ว่า การเป็นเชฟขนมหวานต้องใช้อะไรบ้าง สิ่งที่เขาตอบคือความคิดสร้างสรรค์ การอดทนทำงาน และต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เพราะขนมหวานหลายรายการทำคนเดียวไม่ได้ (ขนมในวันนั้นที่เชฟสาธิตให้ดู ก็ทำร่วมกันหลายท่านเช่นกัน)

Puigvert เล่าว่าความท้าทายสำคัญในการทำขนมหวานยุคนี้ คือการตอบสนองกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น กินหวานและมันน้อยลงกว่าเดิม หน้าที่ของเชฟคือความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสูตรของอาหารให้ยังคงอร่อยเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

สิ่งที่เขาทำไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงขนมหวานให้สอดคล้องกับทิศทางการบริโภคอย่างเดียว เขายังเน้นย้ำถึงการใช้วัตถุดิบที่สดใหม่จากท้องถิ่นให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะจะทำให้ขนมเหล่านี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ทำขนมในเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย

Puigvert ระบุกับทางทีมงานว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำขนมในบ้านเรา เป็นเรื่องของอุณหภูมิ เพราะการที่ขนมจะออกมาได้ดี แม้วัตถุดิบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าอุณหภูมิไม่ได้ คุณสมบัติก็จะเปลี่ยนแปลงไป และทำให้เราไม่สามารถทำขนมได้ดีออกมาที่คิด เขาเล่าว่าในบางขั้นตอนก่อนที่จะมาสาธิตให้เราดู ต้องเข้าไปทำในห้องทำช็อคโกแลตที่อากาศเย็นกว่านี้มาก เพื่ิอไม่ให้ช็อคโกแลตมีปัญหา

ขนมเหล่านี้ต่างใช้เทคนิคในการทำอาหารแบบสมัยใหม่ ซึ่งอุณหภูมิมีผลอย่างมากในการทำอาหาร ตอนที่ทำเองเชฟก็ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่าง เพื่อให้อุณหภูมิออกมาได้ตามที่กำหนด จนสามารถประกอบออกมาเป็นของหวานสำเร็จได้ การทำงานในครัวที่มีอุณหภูมิสูงในบ้านเราจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เชฟที่ทำขนมหวานในไทยจึงต้องใส่ใจเรื่องอุณหภูมิอย่างมาก จึงจะทำให้การทำอาหารผ่านไปด้วยดี

นอกจากนี้ ของหวานที่ทำออกมาบางอย่างก็จำเป็นที่จะต้องพยายามรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ไม่ให้สูญเสียไปด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยาก แต่การทำอาหารโดยคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันเองใส่ใจกับสิ่งที่กินมากขึ้นกว่าเดิม

เขาเล่าให้กับทีมงานฟังว่า จริงๆ แล้วการทำอาหารเป็นสิ่งที่สนุกมาก แต่คนที่ทำอาหารต้องมีความอดทน มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อที่จะทำขนมใหม่ๆ ออกมาได้ ทีมงานมีโอกาสเห็นกระดาษที่ร่างโดยลายมือของเขาเอง (ไม่ได้ถ่ายมา) ถึงสูตรขนมหวานต่างๆ รวมถึงชื่อของเมนูต่างๆ ด้วย จึงพอเข้าใจว่า กว่าจะผ่านออกมาเป็นขนมเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

ขนมหวานจากฝีมือเชฟ Puigvert

วันที่ทีมงานไปดูการทำงานในครัว เชฟ Puigvert มีขนมทั้งหมด 6 ชนิดด้วยกัน เชฟเล่าว่าบางอย่างต้องทำทิ้งไว้ข้ามคืน เพื่อให้วัตถุดิบเซ็ตตัว และนำมาประกอบกันขั้นสุดท้าย ในวันที่เรามาชมการทำงานของเชฟในครัว

Japanese Connection
Japanese Connection

ขนมแต่ละชนิด จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ตัวอย่างเช่น Japanese Connection เน้นเรื่องของรสชาติที่สื่อถึงญี่ปุ่น รวมถึงการใส่ผงชามัตฉะของญี่ปุ่นลงไปในเนื้อเค้ก หรือ Bite Me! มูสเค้กเนื้อลิ้นจี่ เคลือบด้วยเจลลี่กลิ่นกุหลาบบางๆ ให้สัมผัสในปากคละคลุ้งที่หอมหวานอย่างยิ่ง

Bite Me!
Bite Me!

ขนมที่คนไทยอาจจะชอบและคุ้นเคยอย่าง Mango and coconut Pina Colada เป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานที่เชฟคิดค้นขึ้น ใช้มะพร้าวเป็นครีมและมูส ใส่มะม่วงเข้าไปภายในแล้วชุบช็อกโกแลตขาว ก่อนจะใส่ครีม ช็อคโกแลตประดับด้านบน แล้วโรยด้วยเนื้อมะพร้าวขูดแห้งอีกทีหนึ่ง

Mango and coconut Pina Colada
Mango and coconut Pina Colada

Milk Chocolate and Berries Supreme เป็นอีกหนึ่งอย่างที่แปลกออกไป ด้วยการใช้รสชาติหวานอมครีมของช็อคโกแลตนม ผสานเข้ากับความเปรี้ยวของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ ผลที่ได้ออกมาคือความสมดุลของมูสที่ไม่หวานจนเกินไป

Milk Chocolate and Berries Supreme
Milk Chocolate and Berries Supreme

นอกจากขนมหวานทั้ง 4 ด้านบนแล้ว ยังมีขนมหวานอื่นๆ เช่น French Spring Haze ที่สื่อถึงบรรยากาศย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิตของฝรั่งเศส Indulgence ที่ชวนหลงไหลและน่าสัมผัส รวมถึง Half Way ที่มีรสชาติแอปเปิ้ลเขียวเป็นแกนกลางของขนม ทำให้ได้สมดุลที่ดี ไม่หวานจนเกินไป (มีบางตัวที่เชฟไม่ได้ทำแสดงให้เราวันนั้น)

แม้ขนมแต่ละอย่างของเชฟจะมีบุคลิกแตกต่างกันออกไป แต่จุดร่วมกันของทุกชิ้น คือการที่มีรสชาติที่สมดุล ไม่หวานและมันจนเกินไป สามารถทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกแสบคอเพราะมีน้ำตาล หรือเลี่ยนเพราะว่ามันจนเกินไป ต้องชื่นชมว่าเชฟและทีมงาน สามารถทำขนมเหล่านี้ออกมาได้ดีมาก

ไปกินที่ไหนได้บ้าง

แม้เชฟ Puigvert จะไม่ได้มาประจำอยู่ที่โรงแรม Pullman แต่ก็ได้ฝึกสอนเชฟของโรงแรมให้ทำเมนูเหล่านี้ไว้หมดแล้ว

ขนมชุดนี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปที่ The Junction บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม Pullman King Power ห้องอาหารใหม่ที่แปลงบริเวณโถงรับรองให้กลายเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ โดยทางโรงแรมระบุว่าตั้งใจให้เป็นหนึ่งโคเวิร์คกิ้งสเปซของกรุงเทพฯ ด้วยบรรยากาศที่เปิดกว้าง ต้อนรับทั้งแขกของโรงแรม และลูกค้าทุกคนที่ต้องเข้ามาใช้บริการ

The Junction
The Junction

จุดเด่นประการหนึ่งของห้องอาหารนี้คือเรื่องของราคาอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นราคาถ้วนแล้ว (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการแล้ว) ราคาก็ถือว่าพอๆ กับร้านกาแฟหรือคาเฟ่ในกรุงเทพฯ โดยทั่วไป น่าประทับใจอย่างยิ่งครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหาร

  • ชื่อสถานที่ The Junction, Pullman Bangkok King Power
  • เวลาทำการ 07.00 น. – 23.00 น.
  • หมายเลขโทรศัพท์ 0-2680-9999
  • สิทธิพิเศษ สมาชิกบัตร King Power และ Accord Plus ได้รับส่วนลด 30% สำหรับค่าอาหาร และ 10% สำหรับค่าเครื่องดื่ม (ยกเว้นแอลกฮออล์)
  • ที่ตั้ง 8/2 ถนนรางน้ำ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ
  • การเดินทาง โรงแรมตั้งอยู่ที่เดียวกับ King Power ถนนรางน้ำ สามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วขึ้นรถตุ๊กตุ๊กของทางโรงแรมที่จอดตรงอาคาร Century Plaza ได้ฟรี ก็จะมาถึงโรงแรมได้อย่างง่ายดายครับ
]]>
25397
Bangkok Airways เซ็นสัญญาสปอนเซอร์กับสโมสร Borussia Dortmund https://2baht.com/bangkok-airways-borussia-dortmund/ Sun, 01 Apr 2018 05:08:46 +0000 https://2baht.com/?p=25383 ]]>

ช่วงหลังเราเห็นแบรนด์ฝั่งเอเชียเป็นจำนวนมาก (รวมถึงแบรนด์ไทยหลายราย โดยเฉพาะเครื่องดื่ม) ไปเป็นสปอนเซอร์กับทีมฟุตบอลชื่อดังในยุโรปหลายแห่ง บริษัทไทยรายล่าสุดที่เดินตามเกมนี้คือ สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ (Bangkok Airways) ที่ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้สโมสรโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ Borussia Dortmund จากเยอรมนี

Bangkok Airways จะได้สิทธิเป็น Regional Partner of Borussia Dortmund สามารถทำตลาดร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ฮ่องกง อินเดีย บังกลาเทศ ระหว่างปี 2018-2020

นอกจากการตลาดและประชาสัมพันธ์แล้ว Bangkok Airways ยังจะนำโค้ชจากโรงเรียนฟุตบอล BVB Evonik Football School เข้ามาช่วยสนับสนุนทีมชาติไทยชุดเยาวชนอีกด้วย

ที่มา – Bangkok Airways

]]>
25383
AIS ใจป้ำ ให้ประกันอุบัติเหตุฟรีทั่วโลกกับลูกค้าทุกคนในเดือนเมษายน 2561 https://2baht.com/ais-cigna-free-insurance/ Thu, 29 Mar 2018 16:09:53 +0000 https://2baht.com/?p=25377 ]]>

ปกติแล้วเราอาจได้ใช้งานประกันเดินทางจากบัตรเครดิต (ที่หลายคนไม่รู้ว่ามีบริการนี้ด้วย) แต่ล่าสุด บริการประกันภัยแบบนี้ขยายไปยังลูกค้าโทรศัพท์มือถือแล้ว

AIS ประกาศความร่วมมือกับ Cigna มอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ ประกันอุบัติเหตุทั่วโลกแก่ลูกค้าของ AIS ฟรีเป็นเวลานาน 1 เดือน ในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • ผู้รับสิทธิ์ต้องเป็นลูกค้า AIS

ต้องลงทะเบียนด้วยการกด *858# โทรออก

  • ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-10 เมษายน 2561
  • ระยะเวลาคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่ลูกค้าลงทะเบียน

เงื่อนไขการคุ้มครอง

  1. การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตาหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือ ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 100,000 บาท
  2. การเสียชีวิต การสูญเสียมือ เท้า การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท
  3. ผลประโยชน์ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ กรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย(ยกเว้นกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยภายในระยะเวลา 15 วันแรก นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย) 5,000 บาท

ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าประกันของ Cigna เป็นประกันอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่ใช่ประกันการเดินทางเต็มรูปแบบที่ครอบคลุมเรื่องของหายหรือไฟลท์ดีเลย์ด้วย อย่างไรก็ตาม ใครที่เป็นลูกค้า AIS นี่เป็นสิทธิฟรีที่สามารถรับได้โดยไม่เสียอะไร ระหว่างเดือนเมษายนที่คนไทยท่องเที่ยวกันเยอะ กดรับความคุ้มครองไว้ก่อนก็ไม่เสียหลาย

รายละเอียดดูได้จาก เว็บไซต์ AIS

]]>
25377