เที่ยวฝรั่งเศส ซื้อซิมแบบเติมเงินเพื่อต่อเน็ตอย่างไรดี? | 2Baht.com

เที่ยวฝรั่งเศส ซื้อซิมแบบเติมเงินเพื่อต่อเน็ตอย่างไรดี?

มีเหตุให้ต้องเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่ายุคสมัยนี้เราต้องการต่อเน็ตตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือ ครั้นจะเปิดโรมมิ่งไปจากเมืองไทยก็อาจสู้ราคาไม่ไหวเพราะไปนานหลายวัน (แถมในยุโรปมักไม่ค่อยมีสัญญา unlimited data roaming กับโอเปอเรเตอร์ในไทย) การซื้อซิมท้องถิ่นจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ปกติแล้วเวลาทีมงาน 2Baht.com เดินทางไปต่างประเทศและต้องการซื้อ “ซิมแบบเติมเงินเพื่อเล่นเน็ต” (prepaid data SIM) คือไม่สนใจโทรศัพท์เลย เน้นต่อเน็ตอย่างเดียว มักจะหาข้อมูลพื้นฐานจาก Prepaid Data SIM Wiki ซึ่งมีรายละเอียดครอบคลุมพอสมควร อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินทางกลับมาแล้วก็คิดว่าน่าจะแชร์ประสบการณ์พวกนี้ไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับนักเดินทางท่านอื่นๆ

เลือกโอเปอเรเตอร์รายไหนดี

คำถามแรกที่ต้องเจอเวลาไปซื้อซิมที่ต่างประเทศ คือเราควรซื้อซิมของค่ายไหนดี โอเปอเรเตอร์ของฝรั่งเศสมี 4 รายใหญ่ดังนี้

  • Orange (รายใหญ่ที่สุด)
  • SFR
  • Bouygues
  • Free Mobile

ส่วนรายที่เหลือเป็นโอเปอเรเตอร์แบบ MVNO ที่ใช้วิธีเช่าโครงข่ายของรายใดรายหนึ่งข้างต้น ข้อดีของการใช้ซิมแบบ MVNO คือราคาแพ็กเกจมักถูกกว่า 4 รายหลัก แต่ข้อเสียคือหาซื้อยากกว่า เพราะมีสาขาน้อยกว่ากันมาก

จากข้อมูลใน Wiki ระบุว่าโอเปอเรเตอร์ที่มีซิมแบบ prepaid data only (คือไม่รวมค่าโทรมาด้วย) มีแค่ Orange กับ SFR เท่านั้น เราเลยตัดสินใจเลือก Orange เพราะน่าจะมีเครือข่ายดีที่สุดทั้ง 3G และ 4G

Data SIM ของ Orange France

เราหาข้อมูลซิมเติมเงินของ Orange France บนหน้าเว็บก่อน และพบว่ามีซิมชื่อ Let’s Go เป็นซิมเติมเงินแบบพรีเพดอยู่แล้ว (รายละเอียดดูบนเว็บ Orange เป็นภาษาฝรั่งเศสล้วน ใช้ Google Translate ช่วยแปลได้) ราคาแพ็กเกจคือเน็ต 2GB ใช้ได้นาน 1 เดือน ราคา 9.99 ยูโร หรือประมาณ 400 บาท

Orange Let's Go SIM

ดูแพ็กเกจนี้ก็น่าจะเวิร์คดีในราคาไม่แพงนัก

ซื้อซิมได้ที่ไหน

ซิมของ Orange สามารถซื้อได้ที่ร้านตัวแทน Orange ทุกสาขา ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นกับว่าเราเดินทางไปเมืองไหนบ้าง ข้อมูลของตำแหน่งที่ตั้งสาขาสามารถดูได้จากหน้า Store Locator ของเว็บ Orange แล้วกรอกชื่อเมืองหรือที่อยู่ปลายทาง (แต่ควรเช็คเรื่องวันและเวลาเปิดปิดไว้ด้วย จะได้ไม่ไปแล้วเสียเที่ยว)

Orange Shop France

ร้าน Orange ที่เราไปใช้บริการอยู่ในเมือง Rouen ซึ่งไม่ใช่เมืองใหญ่นัก ตรงนี้จะมีปัญหาว่าพนักงานอาจพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอเจ้าหน้าที่อยู่ตรงประตูทำหน้าที่จัดคิวให้ผ่านคอมพิวเตอร์ เราก็แจ้งว่าจะมาซื้อซิมการ์ด (วิธีง่ายที่สุดในการสื่อสารคือแคปหน้าจอของเว็บข้างต้นไปให้เขาดูเลย แล้วบอกว่าจะมาซื้อซิมอันนี้)

รอสักพักพอถึงคิวของเราแล้ว เขาก็จะจัดพนักงานขายมาดูแลให้ การสื่อสารเป็นไปด้วยดี เมื่อแกะซองซิม (มีให้เลือกทั้งสามขนาดคือ Normal, Micro, Nano ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย) ลองใส่กับโทรศัพท์มือถือ และเซ็ตค่าต่างๆ แล้ว เรากลับเจอปัญหาไม่คาดฝันคือ เน็ตไม่ขึ้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เวิร์ค

SIM Prepaid Orange ใช้ได้กับมือถือไม่ได้!

หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้เข้ากะมาพอดี เขาเลยอธิบายว่าซิมแบบ Let’s Go นั้นใช้ได้เฉพาะแท็บเล็ต, Pocket WiFi หรือ Aircard เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือได้

ตอนแรกเรายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็เสนอซิมอีกแบบมาให้ลองคือซิมเติมเงินปกติแบบมีแพ็กเกจ voice/data ผสมกัน ซึ่งเรียกว่า Mobicarte มีอายุใช้งานนาน 1 เดือน

ซิมแบบนี้จะต้องเสียค่าซิมยืนพื้นก่อน 10 ยูโร จากนั้นก็เลือกเติมเงินตามที่เราต้องการ โดยแพ็กเกจแบบ Max Refills จะให้โควต้าการโทรศัพท์-SMS แบบไม่อั้น (ซึ่งเราไม่ได้ใช้เลยสักนิด ไม่คุ้มเลย) ส่วนปริมาณ data ก็ขึ้นกับราคา ตามภาพ (ข้อมูลเดือน มิ.ย. 2015 กรุณาเช็คข้อมูลกับลิงก์ข้างต้นอีกครั้งเผื่อมีการเปลี่ยนแปลง)

Orange Max Refills เราต้องการใช้เน็ตเยอะพอสมควรสำหรับระยะเวลา 5 วันที่อยู่ในฝรั่งเศส ซึ่งดูแล้วแพ็กเกจเน็ตปริมาณ 2GB น่าจะเหมาะสมที่สุด แม้ว่าจะมีราคาแพงถึง 30 ยูโรก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับแพ็กเกจอื่นที่ราคาถูกกว่าก็พบว่าให้ปริมาณเน็ตน้อยกว่ากันมาก (20 ยูโรได้เน็ตแค่ 600MB)

ดังนั้นแผนการจึงผิดไว้ตั้งใจแต่แรกที่จะซื้อซิม+เน็ตในราคาราว 10 ยูโร ก็กลายเป็นว่าต้องจ่ายเงินมากถึง 40 ยูโร (ค่าซิม 10+ ค่าแพ็กเกจอีก 30) ตอนแรกก็ลังเลใจพอสมควร แต่พอเจ้าหน้าที่ลองแกะซิมมาเสียบให้ปั๊บ เน็ตวิ่งทันที (ต่างจากซิม Let’s Go ที่ทำยังไงก็ไม่ขึ้น) ก็เลยคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่น ยอมจ่ายแพงหน่อยแต่มีเน็ตใช้ ดีกว่าจะไปเสียเวลาหาซิมประเภทอื่นหรือยี่ห้ออื่น เพราะเราต้องเดินทางต่อกันอีกไกล (แต่ก็เลือกซื้อซิมเดียว จากเดิมที่คิดว่าจะซื้อหลายซิมกับหลายเครื่อง)

ที่เหลือเจ้าหน้าที่ให้บริการเต็มที่ (คือพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องแต่เห็นความทุ่มเทแล้วก็ประทับใจ) ช่วยเซ็ตทุกอย่างจนสามารถใช้งานเน็ตได้แน่นอน 100% เอกสารที่ต้องใช้มีแค่พาสปอร์ตเท่านั้น ตอนไปซื้อก็อย่าลืมพกติดตัวไปด้วย

การเซ็ตค่าอินเทอร์เน็ต ถ้าเสียบซิมจะมีตัวเลือก APN ติดมาอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีต้องเซ็ตเพิ่ม ก็ใช้ค่าตามนี้

  • ชื่อ APN = orange
  • Username = orange
  • Password = orange

Orange France SIM Card

ข้อจำกัดห้าม Tethering

เมื่อเราซื้อซิมมาราคาค่อนข้างแพง ก็หวังว่าจะใช้ซิมเดียวแล้วกระจายเน็ตผ่าน Mobile Hotspot ของมือถือ (ที่ศัพท์เทคนิคเรียกกันว่า tethering) แต่ก็พบความจริงว่าไม่สามารถใช้งานได้ (มือถือเครื่องที่สองต่อ Wi-Fi ติด แต่เน็ตไม่วิ่ง)

ค้นข้อมูลดูแล้วพบว่า Orange บล็อคไม่ให้ใช้งาน Mobile Hotspot ด้วยเทคนิคที่น่าจะซับซ้อนพอสมควร ลองติดตั้งแอพแชร์เน็ตหลายตัวบน Android แล้วก็พบว่ายังไม่สามารถใช้งานได้ สุดท้ายก็ยอมแพ้และใช้งานเพียงเครื่องเดียวตามเงื่อนไขนั้น

หมายเหตุ: เท่าที่อ่านดูจาก Wiki เข้าใจว่าห้าม tethering เฉพาะซิมที่เป็น Mobicarte เท่านั้น ส่วนซิมแบบ Let’s Go ไม่ห้าม ดังนั้นงานนี้ถ้าใครเอาแท็บเล็ตแบบมีช่องเสียบซิมไปด้วย (ซึ่งเราไม่มี) น่าจะสบายกว่านี้มากทั้งในแง่ราคาและข้อจำกัด

Orange in France

เราไม่ได้มีประสบการณ์ใช้ซิมยี่ห้ออื่น (เช่น SFR) แต่เท่าที่อ่านข้อมูลจากใน Wiki ดูแล้วพบว่าการซื้อซิมพรีเพดเพื่อต่อเน็ตในฝรั่งเศส ค่อนข้างยุ่งยาก มีข้อจำกัดเยอะ และมีราคาแพงกว่าในหลายประเทศ อันนี้เป็นสภาพที่คงแก้ไขอะไรได้ยากและต้องจำใจจ่ายเพื่อใช้งาน

จากการใช้งานพบว่าอินเทอร์เน็ตของ Orange เร็วและครอบคลุมพื้นที่เยอะ ในเมืองมีสัญญาณเกือบหมด (ยกเว้นเข้าไปชั้นใต้ดินตามร้านอาหารที่อาจอับสัญญาณบ้าง) และจุดที่ไม่มีสัญญาณคือตอนนั่งรถไปไกลๆ ระหว่างเมืองเท่านั้น

ซื้อซิมหรือเปิดโรมมิ่งดี? เทียบค่าใช้จ่ายกับการ Roaming จากไทย

หลายคนอาจสงสัยว่าตกลงแล้วควรเปิดโรมมิ่งมาจากเมืองไทย หรือซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นที่ฝรั่งเศสดี? คำตอบขึ้นกับจำนวนวันที่ต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศฝรั่งเศสด้วย

2baht.com ได้รวบรวมตารางสรุปค่า data roaming package แบบไม่จำกัดเน็ต (unlinited) ของลูกค้าแบบ post-paid แต่ละค่ายมือถือในไทยได้ดังนี้

OperatorRoaming NetworkPackage (บาท)
AISOrange / SFR499/day
TrueMove HBouygues / Free Mobile / Orange /SFR499/day
DTACBouygues / Free Mobile / Orange /SFR450/day
1,299/ 3 days
2,099/ 5 days

จะเห็นว่า AIS และ True มีแต่อัตราแบบ flat rate คิดตามจำนวนวัน ส่วน DTAC จะมีแพ็กเกจแบบ 3 และ 5 วันที่ลดราคาลงมาอีกหน่อย

จากนั้นเราลองทำกราฟเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการใช้เน็ตแบบโรมมิ่ง กับการซื้อซิมของ Orange โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 25 มิ.ย. 58 ที่ 38.40 บาท / ยูโร ก็พบว่า หากซื้อใช้ SIM Orange แบบ Max Refills (2 GB) ที่ฝรั่งเศสมาใช้เกิน 3 วันขึ้นไป จะคุ้มกว่าการซื้อ roaming data package จากเครือข่ายในประเทศไทย

France data package compare chart

ดังนั้นใครที่วางแผนไปเที่ยวฝรั่งเศสนานหลายวัน ทาง 2Baht.com ก็ขอแนะนำการซื้อ data SIM ที่ฝรั่งเศส ประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ยากอย่างที่คิด

เพิ่มเติม: สำหรับคนที่ไปเที่ยวประเทศสเปนด้วย ลองอ่าน วิธีการซื้อซิมเติมเงินเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตในสเปน (Movistar และ Orange)

ติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Facebook เพจ 2Baht.com หรือ กด Like ด้านล่างค่ะ

Comments

About my2baht 610 Articles
2Baht.com บล็อกท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เน้นอิสระในการเดินทาง แต่ก็ท่องเที่ยวอย่างมีสาระด้วยข้อมูลเชิงลึกที่มาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ตามสโลแกน "ไปไหนไปด้วยช่วย 2 บาท"