ธุรกิจโรงแรมท้ารบเว็บจองห้องพัก ชวนจองตรงผ่านเว็บโรงแรม | 2Baht.com

ธุรกิจโรงแรมท้ารบเว็บจองห้องพัก ชวนลูกค้าจองตรงผ่านเว็บโรงแรมดีกว่า

หลายๆ คนอาจคุ้นเคยกับการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ที่เรียกว่า Online Travel Agency (ชื่อในวงการเรียก OTA) อย่าง Agoda, Expedia, Hotels.com, Booking.com เพื่อจองห้องพัก ตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่รถเช่า

รายได้ของ agency เหล่านี้มาจากการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากโรงแรมอีกทอดหนึ่ง สมัยก่อนที่การท่องเที่ยวออนไลน์ยังไม่บูม ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

แต่มาถึงวันที่การจองห้องพักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป ธุรกิจโรงแรมแข่งขันสูงขึ้น ต้องเข้มงวดเรื่องค่าใช้จ่ายและรายได้กันมากขึ้น เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งต่างเริ่มตระหนักว่าการเสียค่าคอมมิชชั่นให้เว็บ OTA อาจไม่ยั่งยืนกับธุรกิจของตัวเองในระยะยาว (ธุรกิจสายการบินก็เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน ลองดูข่าว Lufthansa ประกาศนโยบาย จองตั๋วจากเว็บอื่น จ่ายเพิ่ม 16 ยูโร)

เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่เหล่านี้ จึงหันมาปรับปรุงระบบการจองห้องพักออนไลน์ของตัวเองให้เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาจองห้องพักผ่านเว็บของโรงแรมแทนเว็บของ OTA ซึ่งหากทำจุดนี้ได้ดี นอกจากเรื่องส่วนแบ่งรายได้แล้ว โรงแรมยังได้ประโยชน์จากการเก็บฐานข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดในอนาคตได้อีก

ภาพหน้าเว็บ Hilton.com เชิญชวนให้ลูกค้า "จองตรงดีกว่า"
ภาพหน้าเว็บ Hilton.com เชิญชวนให้ลูกค้า “จองตรงดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกับ agency ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะโรงแรมไม่สามารถเสนอ “ราคาห้องที่ถูกกว่า” ถ้าหากจองผ่านเว็บโรงแรมได้ เนื่องจากโรงแรมถูกผูกมัดด้วยสัญญากับ OTA ที่โรงแรมจะต้องเผยราคาทั้งหมดให้ agency ทราบ สุดท้ายแล้ว ราคาห้องพักบนเว็บโรงแรมจึงเท่ากับเว็บไซต์ OTA อยู่ดี แถมการที่เว็บ OTA มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝั่งโรงแรมไม่สามารถ “หักดิบ” ทิ้งช่องทางการจองห้องพักผ่าน OTA ทั้งหมดได้เช่นกัน

ทางออกของกลุ่มโรงแรมจึงต้องใช้กลยุทธ์อื่นที่ไม่ใช่ราคา แต่เป็นตัวเลือกและลูกเล่นอื่นๆ แทน เช่น

  • การสะสมแต้มสมาชิก (royalty program) แบบเดียวกับการสะสมไมล์ของสายการบิน ซึ่งแต้มเหล่านี้สามารถใช้อัพเกรดห้องพักฟรีได้ ในขณะที่การจองผ่าน OTA ไม่มีสิทธิพิเศษแบบนี้ อย่างมากก็สะสมแต้มเพื่อลดราคาในการจองครั้งต่อไป
  • เครือโรงแรม Hilton ได้แสดงแผนผังห้องพักให้ลูกค้าเลือก แบบเดียวกับการเลือกที่นั่งของสายการบิน  นอกจากนี้ยังมีระบบ booking, online check-in ผ่านแอพซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานหลักล้านคนในแต่ละเดือน
  • เครือ Hyatt ก็ทำระบบให้ลูกค้าเลือกห้องพักได้เองเช่นเดียวกัน
  • ขณะที่เครือ Marriot ก็แก้เกมโดยหันไปจับมือกับ TripAdvisor เพื่อให้ผู้เข้าพักมาจองกับโรงแรมโดยตรง เป็นการสร้างทางเลือกอื่นนอกจากการจองผ่านเว็บ OTA แบบดั้งเดิม (TripAdvisor เดิมทีไม่มีระบบจองห้องพัก แต่เพิ่งทำเมื่อเร็วๆ นี้)

อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือเว็บไซต์ OTA ฝั่งอเมริกาก็ควบกิจการกันอย่างหนัก จนตอนนี้แทบจะเหลือผู้เล่นรายใหญ่แค่ 2 รายในตลาด นั่นคือบริษัท Priceline ซึ่งมีเว็บในเครือ ได้แก่ Booking.com, Agoda.com, Kayak.com และอีกบริษัทหนึ่งคือ Expedia (เจ้าของ Hotels.com, trivago, Travelocity) ที่กำลังควบกิจการกับยักษ์ใหญ่อีกแห่งคือ Orbitz

ถ้าหาก Orbitz ควบกิจการกับ Expedia สำเร็จ บริษัทใหม่จะมีส่วนแบ่งตลาดการจองห้องพักในอเมริกามากถึง 75% ทำให้มีอำนาจต่อรองกับทางโรงแรมสูงมาก ซึ่งทำให้ฝั่งโรงแรมต้องสู้เต็มที่เพื่อไม่ให้การควบกิจการสำเร็จ โดยเล่นประเด็นด้านการผูกขาดเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐไม่อนุมัติการควบกิจการครั้งนี้

ข้อมูลจาก New York Times

ติดตามข่าวสารการโรงแรม ที่ facebook “2baht.com” ได้อีกหนึ่งช่องทางนะคะ

ติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Facebook เพจ 2Baht.com หรือ กด Like ด้านล่างค่ะ

Comments

ทำงานสายไอที แต่ชอบท่องเที่ยวเป็นทุนเดิม จึงขอมาเล่าแบ่งปันประสบการณ์ลงบล็อกแห่งนี้ ส่วนตัวชอบที่เที่ยวธรรมชาติ ชมสถาปัตยกรรม ดูวิถีชีวิตผู้คน และเสาะหาเมนูท้องถิ่นอร่อยๆ หากชอบเที่ยวแนวเดียวกัน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ :)