แห่งแรกในไทย โรงแรมโอเรียนเต็ลกรุงเทพ ได้คะแนน 5 ดาวจาก Forbes Travel Guide | 2Baht.com

แห่งแรกในไทย โรงแรมโอเรียนเต็ลกรุงเทพ ได้คะแนน 5 ดาวจาก Forbes Travel Guide

Forbes Travel Guide นิตยสารด้านท่องเที่ยวในเครือ Forbes มีธรรมเนียมการจัดระดับดาวให้กับโรงแรม-รีสอร์ต ร้านอาหาร และสปาทั่วโลก ที่มีคุณภาพเข้าขั้นระดับ 4 และ 5 ดาว

ในการจัดระดับดาวของปี 2015 เป็นครั้งแรกที่มีโรงแรมและสปาจากประเทศไทยติดอันดับด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคือโรงแรมที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของไทยอย่าง โรงแรมโอเรียนเต็ลกรุงเทพ (Mandarin Oriental Bangkok) ที่ได้ติดระดับ 5 ดาวทั้งโรงแรมและสปา (ข้อมูลโรงแรม Mandarin Oriental บนเว็บ Forbes)

Forbes Mandarin Oriental Bangkok

ปัจจุบัน Forbes Travel Guide มีโรงแรมที่ได้ 5 ดาวมากถึง 115 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ระยะหลัง Forbes ก็พยายามขยายมายังภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น ในฝั่งเอเชียมีทั้งโตเกียว สิงคโปร์ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ฮ่องกง และเมืองล่าสุดคือกรุงเทพ

ส่วนโรงแรมที่ได้คะแนนสูงสุดคือ 5 ดาวทั้งสามสาขา (โรงแรม ร้านอาหาร สปา) มีสองแห่งคือ Mandarin Oriental Hong Kong และ Wynn Macau

สถิติที่น่าสนใจแยกตามกลุ่มบริษัทโรงแรม (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 13 กลุ่มทุนโรงแรมระดับโลก ใครเป็นเจ้าของแบรนด์ใดบ้าง)

  • เครือ Mandarin Oriental Hotel มีสปาที่ได้รางวัล 5 ดาวถึง 13 แห่ง (รวมสาขากรุงเทพ) ถือว่าเยอะที่สุดในบรรดาเครือโรงแรมทั้งหมด
  • เครือ Rosewood Hotels & Resorts มีโรงแรมได้รับรางวัล 5 ดาวในปี 2015 เพิ่มอีก 3 แห่ง ถือว่าเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครือ Rosewood
  • เครือ Conrad/Hyatt ก็มีโรงแรมได้รับรางวัล 5 ดาวในปีนี้ 3 โรงแรมเช่นกัน
  • มาเก๊า ถือเป็นภูมิภาคที่มาแรงในแง่ร้านอาหาร โดยปีนี้มาเก๊ามีร้านอาหารได้ 5 ดาวเพิ่มอีก 4 แห่ง ถ้านับรวมทุกสาขาแล้ว มาเก๊ามีโรงแรม ร้านอาหาร สปา ที่อยู่ในระดับ 5 ดาวรวมถึง 23 แห่ง ถือว่าเยอะที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ที่ Forbes จัดอันดับ

รายชื่อทั้งหมดดูได้ที่ Forbes Travel Guide

ติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Facebook เพจ 2Baht.com หรือ กด Like ด้านล่างค่ะ

Comments

About my2baht 609 Articles
2Baht.com บล็อกท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เน้นอิสระในการเดินทาง แต่ก็ท่องเที่ยวอย่างมีสาระด้วยข้อมูลเชิงลึกที่มาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ตามสโลแกน "ไปไหนไปด้วยช่วย 2 บาท"