ท่าเรือ Pier 39 แวะดูสิงโตทะเลที่ซานฟรานซิสโก | 2Baht.com

ท่าเรือ Pier 39 ชิลล์ริมอ่าวซานฟรานซิสโก แวะดูสิงโตทะเล

ซานฟรานซิสโกเป็นเมืองท่าสำคัญในอดีตของสหรัฐอเมริกาฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ตัวเมืองอยู่ติดทะเล และในอดีตก็มีท่าเรือขนส่งสินค้ามากมาย ท่าเรือเหล่านี้มีตัวเลขกำกับตั้งแต่ Pier 1 ไล่เลขไปเรื่อยๆ

ปัจจุบันท่าเรือพวกนี้ไม่ถูกใช้งานขนส่งสินค้าในแบบเดิมๆ แล้ว ท่าเรือบางแห่งกลายเป็นที่จอดเรือเฟอร์รี่ เรือนำเที่ยว และมีท่าเรือแห่งหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนเป็นย่านช็อปปิ้ง และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองซานฟรานซิสโกคือ Pier 39 (เพียร์ 39) หรือท่าเรือหมายเลข 39 นี้เอง

จุดขายสำคัญของท่าเรือ Pier 39 คือเป็นแหล่งรวม “สิงโตทะเล” สายพันธุ์ California Sea Lions ที่มานอนเกลือกกลิ้งตากแดด เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

Pier 39 San Francisco

ทำเลที่ตั้งของ Pier 39 จะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก อยู่ตรงกลางระหว่างสะพาน Golden Gate กับสะพาน Bay Bridge

แผนที่แสดงที่ตั้งของท่าเรือ Pier 39
แผนที่แสดงที่ตั้งของท่าเรือ Pier 39

การเดินทางมายัง Pier 39 ทำได้ไม่ยากเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีให้เลือกทั้งการนั่งรสบัส นั่งรถรางเลียบทะเล (Light Rail) สาย F-Line ซึ่งจะจอดป้ายตรงหน้า Pier 39 เลย หรือถ้าใครอยากนั่งเคเบิลคาร์ (Cable Car) ซึ่งเป็นรถรางที่มีชื่อเสียงของซานฟรานซิสโก ก็สามารถนั่งสาย Powell Street มาลงที่ป้าย Taylor Street (สุดสายเลย) แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็ได้อีกเหมือนกัน

รายละเอียดด้านการเดินทางดูได้จากเว็บ Pier 39 ถ้าอยากสะดวกก็นั่งแท็กซี่มาจากในเมือง ประมาณ 10-15 ดอลลาร์ หรือจะนั่ง Uber ก็ได้อีกนั่นแหละ

แผนที่แสดงป้ายจอด Cable Car ถนน Taylor Street
แผนที่แสดงป้ายจอด Cable Car ถนน Taylor Street

เมื่อมาถึง Pier 39 ก็จะเห็นบรรยากาศคึกคัก เพราะทัวริสต์จำนวนมากต่างก็อยากมาเดินที่นี่ ถ้าวันไหนอากาศดีๆ บรรยากาศก็จะดีมาก

Pier 39 San Francisco
ธงสัญลักษณ์ของ Pier 39
Pier 39 San Francisco
บรรยากาศของ Pier 39 จากฝั่งติดถนน
Pier 39 San Francisco
มีรูปปั้นสิงโตทะเลเป็นสัญลักษณ์ ส่วนสะพานที่เห็นเป็นสะพานข้ามไปอาคารจอดรถ
เครื่องเล่นต่างๆ ให้อารมณ์งานวัดฝรั่ง
เครื่องเล่นต่างๆ ให้อารมณ์งานวัดฝรั่ง

วิวของ Pier 39 จากท่าเรือข้างๆ กันคือ Pier 41 (อาคารฝั่งขวามือคือ Pier 39 ทั้งหมด)

Pier 39 จากด้านข้าง
Pier 39 จากด้านข้าง

สิงโตทะเลอยู่ตรงนี้! นักท่องเที่ยวเพียบ!

Pier 39 San Francisco
สิงโตทะเล Pier 39

นอนกันอยู่เต็มท่าเรือ ตากแดดกันสบายใจ

สิงโตทะเล San Francisco
สิงโตทะเล San Francisco

รูปแบบเต็มๆ ครับ ส่วนใหญ่สิงโตทะเลพวกนี้จะนอนตากแดดกัน แต่บางตัวก็จะตื่นมาเล่นกัน บางตัวก็มีลงไปว่ายน้ำด้วย

สิงโตทะเล Pier 39
สิงโตทะเล Pier 39

บางคนอาจสงสัยว่า สิงโตทะเล (Sea Lion) แตกต่างกับแมวน้ำ (Seal) อย่างไร จริงๆ พวกนี้เป็นสัตว์ในวงศ์เดียวกันหมด แต่สิงโตทะเลอยู่ในวงศ์แมวน้ำมีหู (eared seal) ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับแมวน้ำมีขน (fur seal) ที่อยู่แถบขั้วโลกเหนือ-ใต้

ส่วนแมวน้ำที่พบได้ทั่วไปนั้นเรียกว่าแมวน้ำไม่มีขน (true seal) แมวน้ำกลุ่มนี้ถือเป็นวงศ์แมวน้ำไม่มีหู (earless seal) และอยู่ในวงศ์เดียวกับตัววอลรัส (walrus)

สิงโตทะเล Pier 39
สิงโตทะเล Pier 39 ลงไปว่ายน้ำ

ส่วนสิงโตทะเลพันธุ์ California Sea Lion ถือเป็นหนึ่งในห้าสายพันธุ์ของสิงโตทะเลทั่วโลก โดยพันธุ์นี้จะพบเฉพาะในชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือเท่านั้น (หลักๆ คือตั้งแต่รัฐแคลิฟอร์เนียลงไปจนถึงเม็กซิโก)

จากภาพด้านล่างนี้ จะเห็นประภาคารเล็กๆ ที่มีต้นไม้อยู่ อันนี้คือ “เกาะ” นะครับ ถือเป็นเกาะประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น ชื่อว่า Forbes Island เดี๋ยวจะเขียนถึงต่อไปในโอกาสหน้า

สิงโตทะเล Pier 39 มองจากชั้น 2
สิงโตทะเล Pier 39 มองจากชั้น 2

หลังจากถ่ายรูปกับสิงโตทะเลกันจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็มาดูมุมอื่นของ Pier 39 กันบ้าง ตามเส้นทางแล้วเราก็เดินวนรอบไปยังฝั่งที่ยื่นลงทะเล

Pier 39
ด้านหน้าของ Pier 39
ด้านหน้าของ Pier 39
ด้านหน้าของ Pier 39

ท่าเรือ Pier 39 จะอยู่ใกล้กับเกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) ที่ตั้งของคุกอัลคาทราซที่มีชื่อเสียงในอดีต ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง The Rock ที่แสดงโดย Sean Connery กับ Nicholas Cage ก็คงจำคุกแห่งนี้กันได้ (หนังอีกเรื่องที่มีคุกนี้คือ X-Men ภาค 3 The Last Stand)

เกาะอัลคาทราซ มองจาก Pier 39
เกาะอัลคาทราซ มองจาก Pier 39

ในอดีตคุกแห่งนี้เคยเป็นคุกที่ใช้คุมขังอาชญากรระดับตัวเอ้ เพราะการแหกคุกนั้นทำได้ยากมากเนื่องจากคุกอยู่กลางทะเล คุกอัลคาทราซเคยใช้เป็นคุกของกองทัพสหรัฐมาก่อน จากนั้นก็ถูกยกให้กับกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ใช้งานเป็นเวลา 29 ปี (1933-1963) นักโทษที่มีชื่อเสียงอย่างมาเฟีย อัล คาโปน (Al Capone) ก็เคยถูกขังอยู่ที่นี่ ปัจจุบันเกาะนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของซานฟรานซิสโก

เกาะอัลคาทราซ
เกาะอัลคาทราซ หรือที่เรียกกันว่า The Rock

ทีนี้เรามาดูด้านในของ Pier 39 กันบ้าง ตอนนี้ Pier 39 กลายเป็นพลาซ่า ร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า เอาใจนักท่องเที่ยวกันแบบสุดๆ

Pier 39

Pier 39

ร้านค้าต่างๆ ของ Pier 39 ถ้าไม่สนใจช็อปปิ้งก็คงถือว่าไม่มีอะไรให้ดูมากนัก โดยรวมแล้วเหมาะกับการมาเดินเล่นกินบรรยากาศ หาอะไรสนุกๆ เล่นเล็กน้อย ซื้อของที่ระลึกพวกโปสการ์ด แม็กเน็ต เสื้อยืด และนั่งชิวกินอาหารรับลมทะเลมากกว่า

Pier 39

Pier 39

อาหารที่มีชื่อเสียงของซานฟรานซิสโกคือพวกอาหารทะเลชุบแป้งทอด มีหมดทั้งกุ้ง ปู ปลาหมึก ปลา กินกับเฟรนช์ฟรายและจิ้มซอส (แต่มาซื้อแถว Pier 39 ก็ต้องทำใจหน่อยว่าเป็นราคาทัวริสต์)

Pier 39 Seafood

บนชั้น 2 ของ Pier 39 ยังมีศูนย์ข้อมูลสิงโตทะเล (Pier 39 Sea Lion Center) สำหรับคนที่สนใจศึกษาเรื่องสิงโตทะเลด้วย เข้าฟรีไม่เสียเงิน

Pier 39 Sea Lion Center
Pier 39 Sea Lion Center

ด้านในก็มีข้อมูลของสิงโตทะเลให้ดูกันเล็กน้อย มีเปิดวิดีโอเกี่ยวกับสิงโตทะเลให้ดู มีเจ้าหน้าที่คอยอธิบาย

Pier 39 Sea Lion Center
Pier 39 Sea Lion Center

มีโครงกระดูกสิงโตทะเลให้ดูด้วยว่าโครงสร้างของมันเป็นอย่างไร

Pier 39 Sea Lion Center
Pier 39 Sea Lion Center

มีของที่ระลึกให้ซื้อเล็กน้อย พวกเสื้อยืด พวงกุญแจ ตุ๊กตา (แต่รู้สึกว่าทำไม่ค่อยน่ารักเท่าไร)

Pier 39 Sea Lion Center
Pier 39 Sea Lion Center

อีกด้านของ Pier 39 เป็นท่าจอดเรือยอร์ชของเศรษฐีทั้งหลาย ดูกันเพลินๆ

Pier 39

โดยรวมแล้ว Pier 39 เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของซานฟรานซิสโกที่ควรมาเยือนสักครั้ง อาจจัดเวลาให้เหมาะกับมื้ออาหาร จะได้มากินข้าวที่นี่เลย (โซนร้านอาหารเปิดถึงดึกๆ 3-4 ทุ่มเลย ไม่ต้องกลัวว่ามาดึกแล้วจะปิด)

Pier 39 ยังอยู่ใกล้กับ Fisherman’s Wharf ท่าเรือสำคัญอีกแห่งที่เดินไปอีกนิดเดียว ที่นี่มีร้านอาหารทะเลให้เลือกเยอะกว่า อาจพิจารณามาเดิน Pier 39 ก่อนแล้วค่อยมากินข้าวที่ Fisherman’s Wharf ก็ได้เช่นกันครับ

รายละเอียดอื่นๆ ของ Pier 39 รวมถึงแผนที่ร้านค้าทั้งหมด ดูได้จากเว็บไซต์ Pier 39

ติดตามข่าวสารจากเราได้ทาง Facebook เพจ 2Baht.com หรือ กด Like ด้านล่างค่ะ

Comments

About my2baht 611 Articles
2Baht.com บล็อกท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เน้นอิสระในการเดินทาง แต่ก็ท่องเที่ยวอย่างมีสาระด้วยข้อมูลเชิงลึกที่มาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ตามสโลแกน "ไปไหนไปด้วยช่วย 2 บาท"